สถานีคิดเลขที่ 12 : ข้าวยาก-น้ำมันแพง โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
หลังปาร์ตี้พรรคร่วมรัฐบาลผ่านพ้นไป โดยทิ้งท้ายด้วยภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชูมือสัญลักษณ์ความรัก พร้อมกับหันไปกอดกันกลมกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศอันชื่นมื่น และความเชื่อมั่นใน พล.อ.ประวิตร ผู้เป็นพี่ใหญ่ของ 3 ป. ว่าจะสามารถรวบรวมฐานเสียงของรัฐบาลได้มั่นคงแน่นแฟ้น เดินหน้าต่อไปได้
เหตุที่ต้องมีปาร์ตี้มีดินเนอร์ ก็ชัดเจนว่า สถานการณ์ทางการเมืองเต็มไปด้วยกระแสข่าวความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล
จนคาดการณ์กันว่า การยุบสภาอาจจะเกิดขึ้นก่อนจะถึงวันเปิดประชุมสภาสมัยต่อไปคือ 22 พฤษภาคม
ดังนั้น งานเลี้ยงเพื่อกระชับสัมพันธ์ สร้างบรรยากาศความคึกคัก ปลุกความฮึกเหิม จึงจำเป็นต้องมี
ทั้งมีข่าวทำนองว่า ที่ตามมาหลังงานปาร์ตี้คือ นายกฯ และแกนนำรัฐบาล หัวใจพองโต มั่นใจว่าที่พูดกันถึง 260 เสียงสนับสนุนรัฐบาลในสภานั้น ไม่ใช่แค่ฝันไปรึเปล่า
ถึงขั้นปักใจว่าจะเดินหน้าต่อไป พร้อมเผชิญกับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน ในทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาปลายเดือนพฤษภาคม
แม้จะเป็นการอภิปรายที่นำไปสู่การลงมติ จะต้องมีโหวต แต่ได้รับคำยืนยันอย่างมั่นคงว่า 260 เสียงของฝ่ายรัฐบาล มีแน่นอน สามารถผ่านการลงมติได้แน่นอน
เท่ากับว่ารัฐบาลตัดสินใจในขณะนี้แล้วว่า จะไม่ยุบสภา เดินหน้าฝ่ามรสุม เข้าสู่สมรภูมิการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบมีโหวต
อีกทั้งเป้าหมายสูงสุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ปรารถนา คือ อยู่ถึงปลายปี 2565 เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ
เสร็จแล้วค่อยยุบสภา
เหล่านี้คือความมั่นอกมั่นใจที่เกิดขึ้นหลังงานปาร์ตี้
แต่ก็อีกนั่นแหละ ยังจะต้องจับตาสถานการณ์ในช่วง 2 เดือนนี้ คือ มีนาคม-เมษายน และต้นพฤษภาคม ว่าจะมีปัจจัยร้อนแรงอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้น จนทำให้การเมืองถึงจุดต้องเปลี่ยนแปลงหรือไม่
โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และพรรคเศรษฐกิจไทย พรรคใหม่ ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน
แต่เมื่อดูลีลาการเปิด “พรหมพินาศ 4” เป็นอันชัดเจนว่า ยังยืนตรงข้ามกับรัฐบาล
ไม่เท่านั้น ผลพวงจากสงครามรัสเซียถล่มยูเครน ได้ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเรา พุ่งทะยานไปอย่างน่ากลัว รวมไปถึงราคาอาหาร ราคาเนื้อสัตว์ ไข่ พืชผัก มะนาว ก็พากันแพงหูฉี่อย่างน่าตกใจ
เป็นอีกปัจจัยที่จะต้องจับตามองว่ามีผลต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาลขนาดไหน
ปัญหาปากท้องประชาชน อาจจะเป็นมรสุมลูกใหญ่กว่าทุกลูก
โดยล่าสุดถึงขั้นเกิดเหตุการณ์ รถเข้าเติมน้ำมันในปั๊มแล้วขับหนี แพงจนไม่มีเงินจ่ายอะไรทำนองนั้น
ยุคข้าวยากหมากแพงน้ำมันพุ่ง จะทำให้การตัดสินใจทางการเมืองในช่วง 2-3 เดือน ต้องคิดหนักมากขึ้น
จะอยู่ไปถึงประชุมเอเปคปลายปีไหวหรือไม่

