ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวผ่านกระบวนการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวผ่านกระบวนการของพรรค ขนาดเล็ก
เหมือนกับจะเป็นการขู่ภายหลังบรรยากาศอันชื่นมื่นของดินเนอร์ ทอล์ก ณ สโมสรราชพฤกษ์
ทั้งๆที่ในความเป็นจริง คือ การต่อรอง ปรับขึ้น ”ค่าตัว”
เนื่องจากแนวโน้มอันเป็นทิศทางหลักในทางการเมืองที่เห็นผ่านบรรยากาศดินเนอร์ ทอล์ก คือความแนบแน่นอันมาจากทั้ง พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา
ไม่มีใครเรียกร้องต้องการในเรื่อง”ยุบสภา” ไม่มีใครเรียกร้อง ต้องการที่จะถอนสถานะตนเองออกจากความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ต่างเปี่ยมด้วยการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ในสถานะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านมีเพียง 208 เสียงอยู่ในมือเช่นนี้
จึงยากเป็นอย่างยิ่งที่จะหาจำนวน ส.ส.มากกว่า 38 เสียงจากพรรค ร่วมรัฐบาลมาเติม
ในอีกด้านจึงยากเป็นอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดการแยก แตกตัว
ปฏิกิริยาอันมาจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก ปฏิกิริยาอันมาจากพรรคเศรษฐกิจไทย จึงเป็นปฏิกิริยาที่มิได้สะท้อนอาการแตกหักทางการเมืองหากเสมอเป็นเพียงการต่อรอง
เป็นการต่อรองเพื่อนำไปสู่”โอกาส” ไม่ว่าในเรื่องของตำแหน่ง ไม่ว่าในเรื่องบรรณาการ
สัมผัสได้จากความมั่นใจอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันมาจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
คำประกาศเป้าหมาย 150 เสียงจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เหมือนกับเป็นความเพ้อฝัน แต่ความเพ้อฝันก็อยู่บนฐาน
แห่งอำนาจทางการเมือง ทางการทหารที่อยู่ในมืออย่างเต็มเปี่ยม
พลันที่มีกำหนดวันในเรื่องการเลือกตั้งไม่ว่าผู้ว่าฯกทม. ไม่ว่านายกเมืองพัทยา ออกมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นั่นคือรูปธรรมแห่งความมั่นใจ
มั่นใจว่าสามารถอยู่ได้จนถึงเดือนมีนาคม 2566 แน่นอน
เมื่อมั่นใจถึงเพียงนี้ เมื่อมีพรรคร่วมรัฐบาลการันตีถึงเพียงนี้ มีหรือที่จะหวั่นไหวไปกับการต่อรองจากพรรคการเมืองขนาดเล็ก
อำนาจจึงยังอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อไป

