‘สมชัย’ ให้จับตาดูแปรญัตติคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่. …) พ.ศ. … ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่จะมีการประชุม กมธ.ในสัปดาห์หน้าว่า สิ่งที่ต้องจับตาดูคือคำแปรญัตติที่มีการแปรเข้ามาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ที่หมดเขตเมื่อวันที่ 12 มีนาคม มีอะไรน่าสนใจบ้าง
คาดว่าสิ่งที่น่าสนใจจะอยู่ที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีการแปรญัตติเกี่ยวกับการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบจัดสรรปันส่วนเหมือนการเลือกตั้งในปี 2562 จะเปลี่ยนโฉมหน้าการเมืองไทย ต้องดูก่อนว่าจะมีการแปรญัตติในลักษณะนี้เข้ามาหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบก็น่าจะมีอย่างน้อย 2 ญัตติคือญัตติของ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) ที่จะเสนอให้ใช้บัตรสองใบรวมกันแล้วหารด้วย 500 และญัตติของพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โดยเอาบัตรใบที่ 2 หารด้วย 500 เป็นการคำนวณแบบปี 2562 ซึ่งเมื่อมีคำแปรญัตติเข้ามาแล้วก็ต้องรอดูคำอภิปรายในชั้น กมธ.ว่าแนวโน้มเสียงออกมาจะเป็นเช่นไร
นายสมชัยกล่าวต่อว่า ตนคาดการณ์ว่าหากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือฝ่ายรัฐบาลกลับตัวมาอยู่ฝ่ายนี้และ ส.ว.ที่ขณะนี้มีท่าทีกลางๆ ไม่ยอมฟันธงว่าไปทางไหน อาจจะรอสัญญาณเช่นกันว่าจะให้ออกมาทิศทางใด สมมุติว่าหาก พปชร.หรือ ส.ว.ออกมาในเชิงหนุนวิธีการจัดสรรปันส่วน ผลที่เกิดขึ้นคือฝ่ายที่หนุนวิธีการนับแบบคู่ขนาน เชื่อว่าจะเหลือเพียงพรรคเดียวคือ พรรคเพื่อไทย (พท.) หากเป็นเช่นนั้น พปชร.และ ส.ว.ก็จะเป็นเสียงข้างมากในวาระ 2-3 ฉะนั้น ก็จะสามารถดูแนวโน้มออกในการอภิปรายในชั้น กมธ. แต่ก็ต้องจับตาดูว่าจะออกมาแนวทางใด
นายสมชัยกล่าวด้วยว่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้สูตรหารด้วย 100 หรือ 500 อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วก็ต้องรอดูเสียงใน กมธ.และการโหวตในที่ประชุมร่วมรัฐสภาก่อน แต่เสียงใน กมธ.ก็น่าจะบ่งบอกพอสมควร หากรัฐบาลและ ส.ว.หนุนก็จะเป็นเสียงข้างมากใน กมธ.อยู่แล้ว ซึ่งในขณะนี้ยังพิจารณาไม่ถึงมาตราเกี่ยวกับการใช้วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และในสัปดาห์หน้าก็คาดว่าน่าจะยังไม่ถึง เนื่องจากจะต้องผ่านมาตราเรื่องบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวทั้งประเทศทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขตให้ได้ก่อน และมีความเป็นไปได้ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้า แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะถึงหรือไม่ เพราะรู้สึกว่าโดยสปีตแล้วไม่น่าจะไปถึง
ส่วนจะมีแนวโน้มเปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่นั้น นายสมชัยกล่าวว่า กว่า กมธ.ชุดนี้จะพิจารณาเสร็จน่าจะเกือบเปิดสมัยสามัญเลย จึงไม่จำเป็นต้องเปิดสมัยวิสามัญ

