‘จุรินทร์’ ปลื้ม ซาอุฯไฟเขียวนำเข้าไก่ไทย รับสถานการณ์การยูเครน-รัสเซียกระทบราคาสินค้าแน่ ย้ำตัดสินใจอะไรต้องนึกถึงคน 3 กลุ่มในประเทศเป็นหลัก
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับขึ้นราคาจากผลกระทบของรัสเซียและยูเครน ว่าต้องยอมรับความจริงว่าสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนเป็นสาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันและวัตถุดิบเพิ่มสูง ซึ่งน้ำมันเป็นต้นทุนของการผลิตและให้บริการทุกประเทศในโลก และไทยเราก็เลี่ยงไม่พ้น ขณะที่ยูเครนเป็นประเทศผลิตข้าวสาลีมาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำอาหารสัตว์ ซึ่งจะมีผลต่อราคาเนื้อสัตว์ อีกทั้งรัสเซียเป็นแหล่งผลิตนำมันและเหล็กที่เป็นต้นทุนของการก่อสร้างและขนส่ง จึงกระทบต่อต้นทุนการผลิตทั่วโลก
นายจุรินทร์กล่าวว่า ส่วนการดูแลสินค้าและบริการ ตนถือหลักชัดเจนแล้วว่าต้องดูแลคน 3 กลุ่มให้เกิดดุลยภาพ คือเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้มีความต้องการย้อนแย้งกันอยู่ เกษตรกรต้องการขายผลผลิตได้ราคาดีที่สุด ส่วนผู้ประกอบการต้องได้ผลผลิตที่ราคาถูกเพื่อได้ต้นทุนในการผลิตต่ำ และผู้บริโภคอยากได้ราคาสินค้าถูก เราต้องทำอย่างไรให้สมดุล เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่หลายกระทรวงต้องช่วยกัน
นายจุรินทร์กล่าวว่า ส่วนกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริง เช่น ภาคการผลิตส่วนไหนหากต้นทุนสูงจะเข้าไปดูว่าต้องทำอย่างไร จะดูแง่ราคาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูปริมาณด้วย ถ้าไปกดราคาจำหน่ายจนผลิตแล้วขาดทุนการผลิตก็จะหยุด สุดท้ายของจะขาด จึงมีปัญหาเรื่องปริมาณอยู่ ความสมดุลอยู่ตรงไหนอันนี้เป็นสิ่งที่ยากแต่เป็นหน้าที่ต้องทำ ดังนั้น จะตัดสินใจอะไรไปต้องอยู่บนผลประโยชน์ทั้ง 3 กลุ่มเป็นหลัก
เมื่อถามซาอุดีอาระเบียไฟเขียวให้ประเทศไทยส่งออกไก่ไปยังซาอุฯได้ จะมีการปรับราคาอย่างไรหรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นข่าวดีอย่างยิ่ง ตนใช้ความพยายามมา 1 ปีเต็มๆ ที่สั่งการให้ทูตพาณิชย์ของเราและกรมการค้าต่างประเทศเร่งเจรจากับซาอุฯในการหาช่องทางส่งออกไก่ ทั้งแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ไปยังซาอุฯซึ่งเป็นตลาดใหญ่แห่งหนึ่ง การเจรจามีความคืบหน้ามาโดยตลอด จนซาอุฯเดินทางมาตรวจสอบโรงงานผลิตในไทยแล้ว 11 แห่ง แต่ยังติดขัดรายละเอียดที่ต้องคุยต่อไป
นายจุรินทร์กล่าวว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางไปฟื้นฟูความสัมพันธ์ก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาทูตพาณิชย์และอุปทูตของไทยประจำซาอุฯได้เดินทางไปพบองค์การอาหารและยา (อย.) ของซาอุฯ และได้ข้อสรุปร่วมกันซาอุฯยินดีไฟเขียวให้ไก่ไทยสามารถส่งออกไปซาอุฯได้ โดยภาพรวมทางการมีผลทันทีในวันนั้นเลย ต่อไปเป็นขั้นตอนกระบวนการ เช่น เรื่องมาตรฐานฮาลาล แต่อย่างน้อยยืนยันว่าโรงงาน 11 แห่งที่ได้รับการตรวจสอบก่อนหน้านี้สามารถส่งไก่ไปซาอุฯได้ ทั้งนี้ ยอดส่งไก่ของเราทั่วโลก 1 ปีประมาณ 2 แสนตัน มูลค่า 1 แสนล้านบาท และตลาดซาอุฯจะเป็นการเพิ่มตลาดใหญ่อีกหนึ่งแห่ง
เมื่อถามว่าจะไม่กระทบต่อการผลิตในประเทศใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า อยากจะตอบเรื่องนี้ แต่เบื้องต้นให้กระทรวงพาณิชย์เชิญผู้ประกอบการมาคุยกันว่าเรื่องการส่งออกเป็นเรื่องดีที่นำเงินเข้าประเทศ แต่อย่าให้กระทบปริมาณการบริโภคของคนไทย ซึ่งตนมีเงื่อนไขไว้แล้วรวมถึงเรื่องการกำหนดราคาด้วย ต้องช่วยดูให้เป็นไปตามราคากำกับที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ ฉะนั้น ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และประเทศไทยที่จะมีรายได้นำเข้ามากขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

