‘เทพไท’ สงสัย ‘บิ๊กป้อม’ ปืนลั่นหรือจงใจ แย้มวันยุบสภา ทำบิ๊กตู่เจอแรงกดดันเต็มๆ

16.03.22 | 17:57 น.

‘เทพไท’ สงสัย ‘บิ๊กป้อม’ ปืนลั่นหรือลงใจ แย้มวันยุบสภา ชี้จบเอเปค ทำบิ๊กตู่เจอแรงกดดันเต็มๆ  

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง ลุงป้อมส่งสัญญาน ยุบสภาหลังประชุมเอเปค จงใจพูด หรือทำปืนลั่น ??? ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ตอนที่มีข่าวออกมาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้พูดในวงนัดเลี้ยงอาหารกับพรรคเล็กว่า จะยุบสภาหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเอเปคแล้วนั้น ทำให้ผมแปลกใจว่า ทำไมพลเอกประวิตรออกมาพูดเช่นนั้น เป็นการเจตนาพูด หรือเผลอพูดไป ถ้าภาษานักเลงเขาเรียกว่า เป็นการทำปืนลั่นหรือไม่ เพราะอำนาจการยุบสภา เป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การออกมาพูดในลักษณะชี้นำเช่นนี้ คนที่อึดอัดและลำบากใจในการตอบคำถาม ก็น่าจะเป็นพลเอกประยุทธ์ เพียงผู้เดียว


ส่วนตัวคิดว่าการที่ พล.อ.ประวิตร ออกมาขีดเส้นตาย บอกใบ้การยุบสภา หลังจากการประชุมเอเปคเสร็จแล้วนั้น น่าจะเป็นความประสงค์ เพื่อต้องการลดแรงกดดันของทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของพรรคเล็ก ที่เป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง ต่อรอง เรียกร้องการดูแลแบบพิเศษสุด ซึ่งมีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลมากที่สุด การประกาศความชัดเจน เรื่องอนาคตทางการเมือง ก็จะทำให้พรรคเล็กคิดถึงอนาคตทางการเมืองในวันข้างหน้า จะต้องทำอย่างไรต่อไป ต้องเตรียมตัวเตรียมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ที่มีการประกาศชัดเจนแล้ว

แม้พล.อ.ประวิตร จะประกาศขีดเส้นการยุบสภาหลังจากประชุมเอเปคแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ยังต้องเจอกับดักทางการเมืองอีก 5 เรื่องใหญ่ คือ

1.การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านในวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 เป็นการปิดโอกาสการยุบสภา ของ พล.อ.ประยุทธ์ไปในตัว

Advertisement

2. การโหวตพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และพรรคการเมือง 2ฉบับ ในวาระ2-3 ถ้าหากถูกคว่ำ เมื่อเป็นกฎหมายที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ ก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ไม่ยุบสภาก็ลาออก

3. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ถ้ารัฐบาลแพ้โหวตในสภา ในกฎหมายการเงินรัฐบาล ก็จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง โดยการยุบสภาหรือลาออกเช่นเดียวกัน

4. พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเจอกับเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบวาระ 8 ปี ในวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องวินิจฉัยชี้ขาด ถ้าหากแน้วโน้มการวินิจฉัยให้วาระ 8 ปีตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะชิงยุบสภา หรือลาออกก่อนมีคำวินิจฉัยก็ได้

5. การประชุมเอเปคที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทั้งพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาล ก็พยายามเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐบาลต้องมีอันเป็นไปก่อนการเปิดประชุมเอเปค เพื่อไม่ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ แสดงบทบาทในฐานะตัวแทนของประเทศไทย ต่อประชาคมโลก

เพราะ ฉะนั้นการประกาศช่วงจังหวะการยุบสภา ของพล.อ.ประวิตร น่าจะเกิดผลทางการเมือง 2 ประการคือ 1.ลดแรงกดดันทางการเมืองของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง 2.จะเป็นการกดดันพล.อ.ประยุทธ์ไปในตัวว่า เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมเอเปคแล้ว จะต้องยุบสภาคืนอำนาจให้กับประชาชน เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่

ส่วนความเปลี่ยนแปลงใดๆ หากจะเกิดขึ้นก่อนการประชุมเอเปคหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของสถานการณ์การเมืองที่จะต้องวิเคราะห์กัน ชนิดวันต่อวันกันต่อไป

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง