บทนำ : หลัง‘โควิด’
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ.เผยว่า เตรียมเสนอมาตรการผ่อนคลายต่อ ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 18 มีนาคมนี้ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 เป็นไปตามที่วางฉากทัศน์ว่า ช่วงกลางมีนาคม การติดเชื้อจะเริ่มชะลอตัว ขณะที่ข้อมูลสายพันธุ์โอมิครอน ระบุว่า อยู่ในช่วงกลางๆ กำลังจะเข้าขาลง เช่น สหรัฐอเมริกากำลังเริ่มลดลง เนื่องจากวัคซีนเพิ่มและเชื้ออ่อนแรง รวมถึงติดเชื้อมากขึ้น ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ก็ติดเชื้อมากกว่าไทย ทั้งยอดสะสมและติดเชื้อใหม่รายวัน ดังนั้น เมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้ว ไทยถือว่าอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างดี
ข้อเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ยังรวมถึงการผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศระบบไม่กักตัว เพื่อให้เกิดความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ ปรับให้มาตรวจ RT-PCR เมื่อมาถึงไทย และตรวจ ATK ซ้ำอีกครั้งในวันที่ 5 หลังมาถึง เงินประกันสุขภาพผู้เดินทางลดลงจาก 50,000 ดอลลาร์เหลือ 10,000 ดอลลาร์ ปรับกฎหมายเข้าสู่ปกติ เช่น พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปรับเป็น พ.ร.บ.โรคติดต่อในภาวะฉุกเฉิน โดยเตรียมไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อให้สอดรับกับแผนที่จะทำให้โควิดเป็น Post Pandemic หรือหลังการระบาด ส่วนการทำให้เป็น Endemic หรือโรคประจำถิ่น เราอาจต้องดูการประกาศจากองค์การอนามัยโลก และตั้งเป้าหมายว่า สวนสาธารณะจะเป็นแห่งแรกที่ไม่ต้องสวมหน้ากากเพื่อให้ชีวิตเป็นปกติ แต่ยังสนับสนุนให้คนสวมหน้ากากอยู่ โดยเฉพาะคนป่วย แต่คนทั่วไปก็จะผ่อนคลายได้บ้าง ส่วนกิจกรรมรวมกลุ่มก็อาจผ่อนคลายมากขึ้น เช่น กีฬา ฟุตบอล คอนเสิร์ต แต่ต้องมีมาตรการป้องกันคลัสเตอร์ใหญ่
ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ประชาชนทั่วไปจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ได้ประกอบอาชีพทำธุรกิจหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว นักเรียนนักศึกษาจะได้กลับไปเรียนหนังสือ ศึกษาหาความรู้ และที่สำคัญที่สุด คือเป็นโอกาสในการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศที่เสียหายจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แน่นอนว่าในระหว่างการแพร่ระบาด มีข้อมูลจุดอ่อนหลายอย่างปรากฏออกมา โดยเฉพาะเทคโนโลยีการสื่อสารที่ประชาชนส่วนมากยังเข้าไม่ถึง เป็นโจทย์ที่รัฐบาลต้องนำไปแก้ไข รวมถึงการคืนสิทธิเสรีภาพที่ถูกจำกัดบั่นทอนโดย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้ประชาชนไปพร้อมกันด้วย

