สถานีคิดเลขที่ 12 : ผ่าศพ 3 หนก็มีมาแล้ว โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
ข่าวคราวเหตุการณ์ดาราสาวเสียชีวิต ซึ่งถกเถียงกันไปทั่วว่าเป็นอุบัติเหตุตกเรือจมน้ำตายเอง หรือเป็นการฆาตกรรม ขุดคุ้ยโต้แย้งกันหลากหลายแง่มุม ลงเอยก็นำมาสู่การเอาศพมาผ่าเป็นครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนหน่วยงานอื่นให้มาผ่าใหม่
ด้วยเหตุผลว่า ยังไม่มั่นใจในผลการผ่าศพครั้งแรก
ประเภทเอาศพมาผ่ากันครั้งแล้วครั้งเล่า เคยมีมาก่อนหน้านี้ เป็นคดีโด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมืองเช่นกัน
แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว บทเรียนจากหลายคดีที่ผ่านมาๆ จะเห็นได้ว่า ผลการพิสูจน์ศพ ไม่ได้มีส่วนสำคัญชนิดที่จะเป็นจุดเปลี่ยนของคดีได้สักเท่าไหร่
เพราะการคลี่คลายคดีในแต่ละคดีนั้น มีเรื่องของกระบวนการสืบสวนหาปมสาเหตุ กระบวนการสอบสวนพยานบุคคล สอบผู้ต้องสงสัย มีเรื่องของกระบวนการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุต่างๆ มีกระบวนการด้านเทคโนโลยี วิเคราะห์กล้องวงจรปิด ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ
แล้วถ้าเป็นการผ่าศพหรือพิสูจน์ศพในคดีใหญ่ เกี่ยวข้องกับคนมีชื่อเสียง สังคมจะต้องจับตามอง คณะแพทย์ของสถาบันนิติเวชตำรวจ เขาก็ต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบ ตามหลักวิชาการเป๊ะๆ
แล้วการสรุปสภาพศพ ก็มักสรุปอย่างเป็นวิชาการ อธิบายว่ามีร่องรอยอะไร น่าจะเกิดจากอะไร โดยแพทย์พิสูจน์ศพ จะไม่เคยให้ความเกินเลยราวกับตัวเองเป็นนักสืบสวน เพ้อว่าเป็นหมอมือปราบ
เช่น บาดแผลโดนของมีคม โดนของแข็ง ก็จะลงบันทึกเช่นนี้ เพราะแพทย์ไม่ได้ไปรู้เห็นว่า มีการพบอาวุธสงสัย เช่น มีด ค้อน ใบพัดเรือ หรืออะไร
ปกติการพิสูจน์ศพ เขาก็ว่าตามหลักวิชาการ อธิบายตามหลักวิชาการ ก็จะมีผลสรุปที่ชัดเจนระดับหนึ่ง เพื่อประกอบรองรับสำนวนการสืบสวนสอบสวน หรือเพื่อให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวน ใช้เป็นเบาะแสไปคลี่คลายคดีต่อ
การพิสูจน์ศพ การผ่าศพ จึงไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของคดี
ยกตัวอย่าง เมื่อ 20 กว่าปีก่อน มีคดีดัง นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ทายาทตระกูลตลาดยิ่งเจริญ เสียชีวิตด้วยอาวุธปืน เป็นศพในบ้านกงสีของตระกูล ที่มี นายนพดล ธรรมวัฒนะ พักอาศัยอยู่
ตำรวจตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกิดเหตุ สอบปากคำคนในบ้าน มีการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ บ้านเกิดเหตุ และมีนิติเวชผ่าพิสูจน์ศพ
ออกมาตรงกันว่า ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดชี้ว่า เป็นการฆาตกรรม เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
เพราะถ้าโดนฆ่าจะต้องมียาสลบ หรือต้องมีร่องรอยชายฉกรรจ์อื่นๆ มาช่วยกันจับมือไม้ล็อกตัวแล้วเอาปืนยัดใส่มือนายห้างทองให้ลั่นไกใส่ศีรษะตัวเอง
แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเชื่อ บอกว่าฆาตกรรมแน่ๆ ไปร้องหมอพรทิพย์ หมอนักสืบคนดังนี่แหละ ลงเอยผ่าศพกันถึง 3 รอบ
สุดท้ายไม่มีอะไรมาหักล้างได้ เพราะที่สำคัญมีกระบวนการอื่นๆ ทางคดีที่รองรับแน่นหนา
นายนพดลที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าพี่ชาย สุดท้ายหลุดพ้นคดีในชั้นศาล เพราะไม่มีพยานหลักฐานชี้ได้ว่าเป็นคดีฆาตกรรม ลงเอยคดีกลับมาสู่ข้อสรุปแรกว่าฆ่าตัวตาย
มาคดีดาราสาวแตงโม ซึ่งถกเถียงว่าเป็นอุบัติเหตุตกเรือเอง หรือโดนคนอื่นทำให้ตกเรือ เป็นการฆาตกรรม
ตอนนี้เริ่มผ่าศพครั้งที่สองแล้ว
ผลการพิสูจน์ศพใหม่ จะส่งผลให้คดีพลิกผันหรือไม่ เมื่อประกอบเข้ากับกระบวนการสืบสวนสอบสวน การพิสูจน์หลักฐานอื่นๆ ที่ตำรวจทำเอาไว้เกือบครบถ้วนทั้งหมดแล้ว
หรือจะเหมือนกับคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา
คงต้องติดตามกันต่อไป โดยต้องยอมรับว่าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ที่ดึงดูดคนทั่วทั้งสังคมได้มากจริงๆ

