‘ชาวยูเครน’ ซัด รัสเซียโฆษณาชวนเชื่อ พ้อ ดับกว่า 3,000 ราย เด็กตายเพราะขาดน้ำ
24 วันสงคราม ‘ชาวยูเครน’ พ้อ ดับกว่า 3,000 ราย เด็กตายเพราะขาดน้ำ ขอบคุณคนไทยร่วมสู้ ซัดรัสเซียโฆษณาชวนเชื่อ
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่หน้าสถานทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ถนนทรัพย์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน สหภาพคนทำงาน และกลุ่มโมกหลวง รวมตัวชุมนุม “สร้างสันติภาพ หยุดสงครามยูเครน” ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เพื่อเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกจากยูเครน เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์ดังกล่าว อาจกลายเป็นสงครามโลกและมหันตภัยร้ายแรงได้

โดยเวลา 16.59 น. มีการสลับขึ้นปราศรัยอย่างต่อเนื่อง
น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยล้อม หรือเมนู นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในผู้ต้องหา ม.112 กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ความว่า มันไม่แฟร์ สถานการณ์ตอนนี้ฉันเห็นและรู้สึกถึงความโศกเศร้า ฉันรู้สึกถึงการไม่มีบ้านให้กลับ ในฐานะคนไทย เรามีผลกระทบอย่างมากในเรื่องราคาน้ำมันจากสงครามรัสเซีย นอกจากนี้ ยังมีเรื่องโควิด-19 เรามีปัญหาอีกมาก จนต้องพูดว่า Putin fuck off นี่ไม่ใช่หนัง แต่คนตายจริง เด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไร คนจำนวนมากต้องตาย
“ไทยกับรัสเซีย ห่างไกลมาก แต่เราได้ผลกระทบจากสงคราม นั่นไม่แฟร์และแย่มาก ฉันจะยืนข้างคุณ จนกว่าสงครามจะยุติ” น.ส.สุพิชฌาย์กล่าว

ต่อมา เวลา 17.03 น. น.ส.พัชนี คำหนัก หรือเล็ก ตัวแทนกลุ่มสังคมนิยมแรงงาน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งความว่า เราทนดูสิ่งที่รัสเซียทำกับคนยูเครนไม่ได้ แต่เราก็มีคำถามกับนาโตและสหรัฐ ด้วยเช่นกัน หากอ่านที่มาที่ไปของปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เรามีจุดยืน หลายประเทศใหญ่ๆ ที่ไม่ไว้ใจอเมริกา เพราะเคยบุกอัฟกานิสถาน
“ฉะนั้น สิ่งที่เป็นทางออกเท่านั้น คือพลังของประชาชนที่จะต้องมั่นใจในตัวเองว่าจะต้านสงครามได้ พิสูจน์มาแล้วว่า พลังของประชาชนคือสิ่งเดียวที่จะต้องกดดันรัฐบาลตัวเองไม่ให้ยืนเคียงข้างมหาอำนาจใดมหาอำนาจหนึ่ง ต้องยืนข้างความถูกต้อง มันคือเรื่องของการแข่งขันการทหาร เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ น้ำมัน ทรัพยากรอื่นๆ จึงต้องสาวไปถึงเพื่อจุดยืนที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นเราจะแสดงความอ่อนแอออกมาทันที
จึงจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของพลังประชาชน ที่จะออกมาต่อต้านสงคราม เราเบื่อหน่ายสงคราม ต่อต้านมาหมดแล้ว และเราไม่ต้องการเห็นยูเครนเป็นหมากกระดานของรัสเซีย อยากให้ยูเครนกำหนดอนาคตตัวเอง เหมือนไทย” น.ส.พัชนีกล่าว โดยผู้ร่วมชุมนุมเปล่งเสียง No war

จากนั้น เวลา 17.22 น. “เอเรนา” ชาวยูเครน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่มาให้กำลังใจ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน มันเป็นเวลานานถึง 24 วันแล้ว ที่กองทัพรัสเซียบุกบ้านของเรา ทำมิดีมิร้ายกับเด็ก ฆ่าเด็ก จับผู้หญิงของเรามาทารุณกรรม ตอนนี้จังหวัดที่วิกฤตที่สุด มีคนมากกว่า 3,000 คนล้มตาย ถูกตัดไฟ น้ำ ไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือในทางมนุษย์
ปัจจุบันนี้มีเด็กตายอย่างน้อย 110 คนแล้ว
การโจมตีปัจจุบัน เป็นทางอากาศ จากทหารรัสเซีย เราจึงเรียกร้องให้ปิดน่านฟ้ายูเครน
“สาเหตุที่ทางยูเครนต้องได้รับการช่วยเหลือจากนาโต เพราะตอนนี้การรุกรานส่วนมากเกิดจากการทิ้งบอมบ์ทางอากาศ โดยเฉพาะศูนย์กลางและฝั่งตะวันตกของยูเครน นี่คือสาเหตุที่เราเรียกร้องการแบนประเทศรัสเซียทุกรูปแบบ เพื่อให้ทหารรัสเซียถอยโล่กลับไปประเทศตัวเอง ให้ประชาคมโลกร่วมเรียกร้อง เพราะปัจจุบันมีการทิ้งระเบิดไปถึงโรงพยาบาล บ้านเรือนคนธรรมดาที่ไม่ใช่ทหาร” เอเรนากล่าว และว่า
“ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมแสดงความสนับสนุน เป็นการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ว่าไม่มีความรุนแรง หรือชาวรัสเซียเสียชีวิต
คุณสามารถมองดูภาพเหล่านี้ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันมหันตภัยฆ่าล้างทุกวันนี้ ชาวยูเครนตื่นขึ้นมา ต้องพยายามติดต่อญาติว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือชีวิตของชาวยูเครน เราปีติกับคนไทยที่มายืนข้างชาวยูเครนในวันนี้ เราขอบคุณมากๆ” เอเรนากล่าว

จากนั้น ผู้ร่วมชุมนุมหญิงชาวยูเครนอีกราย กล่าวปราศรัยความว่า เราขอบคุณมากที่มารวมตัวกัน เราต้องการให้กองทัพรัสเซียออกไปจากยูเครน ตอนนี้มีอย่างน้อย 9,000,000 คน ต้องทิ้งบ้านตัวเอง ไปหาจังหวัดอื่น หรือประเทศอื่นที่มีความปลอดภัย ก่อน 24 กุมภาพันธ์ ที่มีการทำสงคราม เรามีภูมิประเทศที่สวยงาม อยากเชิญให้ไปเยี่ยมเยียน ถ้าไม่มีสงครามนี้เกิดขึ้น เรามีชื่อเสียงในเรื่องการต้อนรับขับสู้ ถ้าพวกท่านมาเยือนบ้านชาวยูเครนจะไม่กลับด้วยมือเปล่า นี่คือนิสัยของชาวยูเครน เรามีถนนหนทางที่สวยงาม มหา’ลัยที่โด่งดัง พวกคุณสามารถมาเยี่ยมเยียนได้ แต่ ณ ตอนนี้ เป็นที่น่าเสียดาย ที่สิ่งเหล่านี้ถูกกองทัพรัสเซียทำให้เสียหายเป็นจุณ พวกเรายืนยันว่า ต่อให้เป็นท่านแต่เพียง 1 คน ที่ไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เรายืนยันว่า 1 เสียงมีค่า
“ณ ปัจจุบัน มีเด็กยูเครนหลายคนเสียชีวิตเพียงเพราะไม่มีน้ำดื่ม เกิดขึ้นจริงในปี 2565 ทางรัสเซียอ้างว่าจะสร้างระเบียงสีเขียว หรือพื้นที่อพยพ แต่พื้นที่สีเขียวนั้นกลับเต็มไปด้วยระเบิดที่วางไว้ใต้พื้นดิน ขอบคุณที่มาเยือน และขอย้ำว่าการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ที่ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องจริง” สตรีชาวยูเครนกล่าว





