อ่านแถลงการณ์ จี้ รัสเซีย ‘ถอนทหาร’ ชี้ พลังต้านอยู่ที่ประชาชน
คนไทยอ่านแถลงการณ์ จี้ รัสเซียถอนทหาร ยัน ‘สงครามไม่ใช่คำตอบ’ เชื่อ พลังต้านอยู่ที่ ปชช. – คลายขัดแย้งได้ด้วย ‘สันติ’
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่หน้าสถานทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ถนนทรัพย์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มสังคมนิยมแรงงาน สหภาพคนทำงาน และกลุ่มโมกหลวง รวมตัวชุมนุม “สร้างสันติภาพ หยุดสงครามยูเครน” ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เพื่อเรียกร้องให้รัสเซียถอนกำลังทหารออกจากยูเครน เนื่องจากเกรงว่าสถานการณ์ดังกล่าว อาจกลายเป็นสงครามโลกและมหันตภัยร้ายแรงได้
โดยกิจกรรมมีการปราศรัย และเขียนข้อความให้กำลังใจ ก่อนขึ้นอ่านแถลงการณ์จากตัวแทนคนไทยหลายกลุ่ม
ตัวแทนกลุ่ม สังคมนิยมแรงงาน กล่าวว่า นาโต้ ต้องถอนออกจากยุโรปตะวันออก พลังต้านสงครามอยู่ที่ประชาชน

จากนั้นอ่าน แถลงการณ์ “หยุดสงครามในยูเครน ต้านจักรวรรดินิยม นาโต้ต้องออกจากยุโรปตะวันออก พลังต้านสงครามอยู่ที่ประชาชน”
เนื้อหาความว่า องค์กรสังคมนิยมแรงงาน ประเทศไทยขอร่วมประณามการรุกรานยูเครนของรัสเชียที่สร้างความสูญเสียต่อ ชีวิตและทรัพย์สินอย่างแสนสาหัสให้แก่ประชาชน พร้อมกับมีจุดยืนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งอันเลวร้าย 3 ข้อ ดังนี้
1. รัสเซียต้องออกจากยูเครนทันที หยุดครอบงำประชาชนของประเทศอื่น
2. ต่อต้านการยกระดับการใช้กำลังทางทหารของประเทศมหาอำนาจตะวันตกและนาโต้ (NATO)
3. ภาคประชาชนต้องออกมายืนหยัดต้านสงครามร่วมกับประชาชนในยูเครนและประเทศอื่นๆ พร้อมทั้งต้านลัทธิจักรวรรดินิยมมหาอำนาจต่างๆ ลัทธิทหาร กดดันรัฐบาลของตัวเองให้ต่อต้านสงครามทุกรูปแบบ

ต่อมา เวลา 17.16 น. แชมป์ ตัวแทน ครช. อ่านแถลงการณ์ ประชาชนไทยต่อต้านการรุกรานยูเครนของรัสเซีย เนื้อหาความว่า
รัสเซียได้เริ่มบุกยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา ปฏิบัติการทางทหารโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการยิงกระสุนปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศ ไม่เพียงแต่ทำลายเป้าหมายทางการทหาร หากแต่ยังสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและสาธารณูปโภคพื้นฐานในเมืองสำคัญหลายเมือง อีกทั้งยังคร่าชีวิตพลเรือนบริสุทธิ์ไปหลายพันชีวิต โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก นอกจากนี้ แม้กองทัพยูเครนจะต่อสู้อย่างกล้าหาญ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือประชาชนชาวยูเครนจำนวนมาก ได้ร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศของตนอย่างไม่หวั่น ทว่า ชาวยูเครนกว่าสามล้านคนได้ลี้ภัยสงครามไปยังประเทศต่างๆ ขณะที่รัสเซียก็ยังคงเดินหน้ารุกรานยูเครนแม้จะมีเสียงประณามจากทั่วโลก
ไม่ว่ารัสเซียจะพยายามหาเหตุผลมาสนับสนุนการรุกรานยูเครนของตนอย่างไร ก็ไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ เนื่องจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรม และเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาติที่ห้ามไม่ให้ประเทศสมาชิกใช้กำลังรุกล้ำอำนาจอธิปไตย บูรณภาพเหนือดินแดน และอิสรภาพทางการเมืองของรัฐใดก็ตาม โดยเฉพาะในกรณีนี้ ที่ยูเครนไม่ได้เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของรัสเซีย ซึ่งแข็งแกร่งกว่าและมีอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียจึงเป็นการกระทำที่ไร้ศีลธรรมและไม่สามารถอ้างความชอบธรรมใดได้ เป็นการกระทำที่ทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและในโลก อีกทั้งยังเป็นภัยคุกคามประชาธิปไตย เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชน

เรา ประชาชนชาวไทย ขอประณามรัสเซียที่รุกรานยูเครน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการโจมตีพลเรือน บ้านเรือน และสาธารณูปโภคพื้นฐาน เราเรียกร้องให้รัสเซียยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดโดยทันที ให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมดของยูเครน และหวนคืนสู่โต๊ะเจรจาทางการทูตเพื่อคลี่คลายข้อพิพาท เราขอให้สหประชาชาติแสดงบทบาทในการคลี่คลายความขัดแย้งผ่านช่องทางการทูต และเรียกร้องให้ฝ่ายที่สามโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ นาโต แก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างเร่งด่วน ให้ถอนกำลังทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากยูเครน และให้มีการสร้างกลไกใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดีกว่า ป้องกันสงครามได้มีประสิทธิภาพกว่า รวมทั้งยึดมั่นในเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน
เรายืนเคียงข้างประชาชนชาวยูเครนด้วยความสมานฉันท์และเห็นอกเห็นใจ ที่ชีวิต เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขาถูกคุกคามมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ตลอดจนทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้ เราขอแสดงความเสียใจไปยังทุกคนที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก คนที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ ตลอดจนคนที่สูญเสียทรัพย์สินจากการรุกรานของรัสเซีย เราชื่นชมและสนับสนุนประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่เปิดรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน เรายืนเคียงข้างประชาชนชาวรัสเซียที่ไม่เห็นด้วยกับการรุกรานและเรียกร้องสันติภาพ ทว่า กลับถูกกดปราบและจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ และเรายืนเคียงข้างผู้คนทั่วโลกที่จะหยุดสงครามที่อยุติธรรมนี้
เรายืนยันว่า ประชาชนในรัสเซียและประเทศอื่นทุกประเทศจะต้องสามารถเลือกระบบการเมืองของตนรวมถึงความสัมพันธ์ภายในภูมิภาคและในโลกได้อย่างอิสระ สงครามไม่ใช่คำตอบ ความขัดแย้งจะคลี่คลายได้ก็ด้วยวิธีการที่สันติเท่านั้น
ด้วยความสมานฉันท์
ประชาชนไทยต่อต้านการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
หน้าสถานทูตรัสเซีย กรุงเทพฯ
19 มีนาคม 2565

เวลา 17.37 น. นายโสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือ เก็ท กลุ่มโมกหลวง อ่านแถลงการณ์ 30 กลุ่มองค์กร ทั้งไทยและต่างประเทศ แนวร่วมประชาชนต่อต้านสงครามยูเครน โดยเนื้อหากล่าวถึงสงครามที่เกิดจากความคิดของผู้นำ ไม่ใช่จากประชาชน ผลกระทบค่อยๆ ปรากฏ ทั้งการคว่ำบาตร การประณาม ไปจนถึงการส่งอาวุธสนับสนุน อันเกิดจากข้อพิพาทด้านดินแดน
การเจรจาอย่างสันติเท่านั้น ที่จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย เพราะเมื่อสงครามสิ้นสุด ไม่ว่าใครชนะ ทุกฝ่ายย่อมได้รับความเสียหาย
“อนึ่ง ผู้นำทุกประเทศมีจุดร่วมอย่างหนึ่ง คือการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งไม่ใช่ดินแดน แต่คือผู้คน
ยิ่งไปกว่านั้น สงครามจะทำลายชีวิตมนุษย์ หากจุดจบนำไปสู่ความตายมหาศาล จะเรียกจุดจบนั้นว่าชัยชนะได้เต็มปากหรือ
เราขอประกาศจุดยืนร่วมกันว่า เราจะยืนหยัดต้านสงครามทุกรูแบบ แม้ข้อพิพาทซับซ้อนเพียงใด จะแก้ไขได้ด้วยการเจรจาสันติวิธี โลกเสียหายจากสงครามมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องออกมาแสดงจุดยืน เรียกร้องให้
1.ปูติน ถอนทหาร ยุติสงครามทันที
2.รัฐบาลทุกประเทศ ช่วยเหลือพลเมืองของตน ที่อาศัยในยูเครนให้ได้รับความปลอดภัย
3.เรียกร้องให้พลเมือง หน่วยงานสากล ที่เห็นด้วยกับหลักสันติภาพ ให้ยืนเคียงข้างยูเครน
4.รัฐบาลและหน่วยงานสากล แสดงจุดยืนต้านสงคราม
5.รัฐบาลทุกประเทศ หยุดผลิตและส่งออกอาวุธทุกประเภท
“ขอแสดงความเสียใจต่อเหยื่อสงคราม หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและปลอดภัย หาทางออกอย่างสันติ ปราศจากความรุนแรง สงครามจงยุติ เสรีภาพจงบังเกิด” นายโสภณ

จากนั้น เวลา 17.45 น. ผู้ชุมนุมร่วมเปล่งเสียง “Stop Putin Stop the war” ต่อด้วยการปราศรัย โดย น.ส.คเณศณัฏฐ์ สิมลาโคตร หรือ อุ๊
เวลา 17.54 น. นายณัฐชนน ไพโรจน์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าววปราศรัยตอนหนึ่งว่า เราไม่พอใจใคร เราจะไปยิงหรือไปบุกรุกไม่ได้ สงครามครั้งนี้ จำเป็นที่รัสเซียต้องถอย และยูเครนต้องยืนหยัดให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับโลก ว่าประเทศไหนที่ใหญ่กว่า ไม่พอใจประเทศที่เล็กกว่า จะเอาระเบิดไปขว้างไม่ได้ จะมีอีกกี่ประเทศที่มองว่า ตัวเองก็ทำได้เหมือนรัสเซีย จะเกิดสงครามครั้งอื่นๆ อีกหรือไม่ แล้วเราจะอยู่ในโลกอย่างไร จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องจับจ้องสงครามนี้ให้ดี
“ถ้าเราเงียบ เราไม่สนใจ สักวันปัญหาจะมาถึงเรา มันเป็นเรื่องของสื่อที่ลงแต่ข่าวดาราด้วย ถ้าทุกคนในโลกนิ่งเฉย เราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร จะมีสงครามทั่วทุกหย่อมหญ้าหรือไม่ ขอให้ชัยชนะอยู่กับพี่น้องยูเครน”

เวลา 18.00 น. นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุนนุม กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สื่อ นักวิชาการ ผู้รู้หลายคน สร้างความชอบธรรมให้กับสงคราม ทั้งที่ควรเรียกร้องให้ยุติสงคราม สิ่งสำคัญที่โลกนี้สู้กันมา คือหลักการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง
ผมต้องบอกว่า ชาวยูเครนส่วนใหญ่ เขาไม่พอใจกับการที่รัสเซียมาควบคุมอยู่ เขาอยากมีอิสระในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ ซึ่งบอกชัดแล้วว่า การที่เขายู่กับนาโต และอียูนั้นดีกว่า เพราะรู้สึกว่าการอยู่กับรัสเซีย เศรษฐกิจสู้อีกหลายประเทศไม่ได้ ประเทศที่ออกจากสหภาพโซเวียต เจริญกันหมด แม้ว่ากฎหมายระหว่างประเทศ ไม่สามารถบังคับใช้ได้กับประเทศมหาอำนาจขนาดไหน แต่เรามีความฝัน สิ่งที่เราต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในไทย ก็ด้วยความฝันที่เป็นตัวขับเคลื่อน
“ผมขอประนามความรุนแรงที่ปูตินได้สร้างไว้ให้กับโลกและชาวยูเครน สงครามที่เกิดขึ้นไม่ได้ก่อผลดีต่อใครเลย ความโหดร้าย คือความเป็นทรราชของปูติน ใช้แต่กำลังข่มขู่ ทำร้ายคนที่เห็นต่างกับตัวเอง ฆ่าสื่อจับไปหลายคน ความเหลื่อมล้ำในรัสเซียเพิ่มขึ้นทุกวัน เงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น นี่คือความโหดร้ายจากเผด็จการเพียง 1 คน หรือกลุ่มเดียว ไม่เคารพการตัดสินใจของยูเครน นี่คือสิ่งที่เผด็จการเป็นอยู่” นายเกียรติชัยกล่าว







