ภท.อัด ตร.ไม่สนใจนโยบายรบ. จับยายปลูกกัญชา 1 ต้น จ่อเรียก ‘ผบ.ตร.-อสส.’ แจง

23.03.22 | 13:03 น.

“ศุภชัย” อัด ตร.ไม่สนใจฝ่ายนิติบัญญัติปลดกัญชาออกจากยาเสพติด เผย “กมธ.ตำรวจ-สธ.” เตรียมเรียก “ผบ.ตร.-อสส.” เข้าแจง จ่อ เสนอเลื่อนถก พ.ร.บ.กัญชงกัญชา เป็นวาระด่วนหากเปิดสมัยประชุมสภา

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 23 มีนาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงกรณียายวัย 70 ปี ที่ จ.ขอนแก่น ถูกจับ เนื่องจากปลูกกัญชาไว้ที่หน้าบ้าน โดยแจ้งข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษ ว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ให้ความสนใจ หรือไม่มีความเข้าใจต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ที่ได้ปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด และมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 อีกทั้งประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้กำหนดว่า กัญชาเป็นยาเสพติด ทั้งนี้ ตนเคยแถลงว่า ถ้าประชาชนถูกจับดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้แจ้งมา และตนพร้อมต่อสู้คดีให้ จนถึงวันนี้คดีที่ตนได้รับการติดต่อมามีมากกว่า 100 คดีทั่วประเทศ สะท้อนถึงความไม่เข้าใจ หรือเจตนาที่จะไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ฝ่ายนิติบัญญัติได้ปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดแล้ว

นายศุภชัยกล่าวว่า เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจ คือ ผบ.ตร.ไม่ได้สนใจเลยหรืออย่างไรว่า มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น ท่านไม่สนใจไม่นำพาต่อนโยบายของฝ่ายบริหารของนายกรัฐมนตรีที่สนับสนุนเรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชา และฝ่ายนิติบัญญัติที่ปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดหรือไม่ ถึงปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการเช่นนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ โดยตนได้ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และประธาน กมธ.การสาธารณสุข สภา แล้ว ซึ่งทั้งสอง กมธ.จะเชิญ ผบ.ตร.และอัยการสูงสุด (อสส.) เข้ามาสอบถามว่า ตำรวจมีมุมมองและความเห็นอย่างไรต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด และเรื่องกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติด แต่ยังจับประชาชน รวมถึงจะมีแนวนโยบายอย่างไร เพื่อแจ้งไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาในการยึดถือปฏิบัติ

“สิ่งนี้เป็นปัญหาใหญ่ เป็นสิ่งที่เรียกว่าคุณธรรมทางกฎหมาย และการที่อัยการยังฟ้องต่อนั้น มีผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ขอฝากไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า ท่านกำลังละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมาย ทั้งกฎหมายภายในประเทศ รัฐธรรมนูญ และกฎหมายระหว่างประเทศ” นายศุภชัยระบุ

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชน ตนยังยืนยันว่า ถ้าท่านถูกจับ และแจ้งมาที่พรรค พรรคก็ยินดีที่จะช่วยต่อสู้คดีให้ท่าน และถ้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีความเข้าใจว่า กัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ เพื่อให้เกิดความสบายใจ ขอเรียนไปยังประชาชนว่า โปรดอย่าเพิ่งดำเนินการปลูก ให้รอไปจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน ซึ่งครบ 120 วันของประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะได้สิ้นข้อกังขา และข้อกังวลว่าจะปลูกได้หรือไม่ แต่ตนขอยืนยันในฐานะผู้เสนอ และเป็นผู้พิจารณาประมวลกฎหมายยาเสพติด ขอยืนยันว่ากัญชาไม่ได้ปรากฏอยู่ในประมวลกฎหมายยาเสพติดอีกต่อไป

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า วันนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชากัญชง ที่พรรค ภท. และสมาชิกพรรคการเมืองอื่นได้ร่วมกันเสนอนั้น ได้บรรจุเข้าในวาระและรอการพิจารณาของรัฐสภา โดยเมื่อเปิดสมัยประชุมสภา ตนจะเสนอให้เลื่อนวาระนี้ขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อจะพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม กฎหมายนี้ไม่ได้เข้ามาควบคุมหรือสร้างความไม่สะดวกให้ประชาชนในการปลูกกัญชา โดย พ.ร.บ.กัญชากัญชง แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือเรื่องครัวเรือนที่สามารถปลูกได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงแต่ไปจดแจ้งกับ อบต. อีกส่วนหนึ่งคือการทำในเชิงอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ท่านก็ขออนุญาต

Advertisement

นายศุภชัยกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ มีคนบิดเบือนว่าใบอนุญาตมีราคาใบละ 50,000 บาท ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง โดยเป็นข้อกำหนดที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ว่าห้ามเรียกค่าธรรมเนียมเกิน 50,000 บาทต่อใบอนุญาต แปลว่าจะไม่เรียกค่าธรรมเนียมสักบาทก็ได้ หรือเรียกจำนวนเท่าไรก็ได้ แต่ห้ามเกินจำนวนนั้น ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาจะเป็นไปเพื่อสนับสนุนส่งเสริมประชาชนให้เข้าถึงกัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และการประกอบธุรกิจอย่างเต็มที่ ไม่ได้เป็นการสนับสนุนให้ประโยชน์กับนายทุน ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงการทำประโยชน์จากกัญชาได้เท่ากันหมด โดยสมาชิกรัฐสภาจะพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง