ผอ.เศรษฐกิจการคลัง แจงงบ 7.9 หมืน ล้านบาท ช่วยปชช.ช่วงวิกฤตได้กว่า 40 ล้านคน เผย มีเอกชนร่วมด้วย
เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการแถลงข่าวมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์ขัดแย้งยูเครน–รัสเซียที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงด้วย
โดยนายพรชัย กล่าวว่า คนที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการมีไม่น้อยกว่า 40 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มประชาชนโดยทั่วไป เป็นกลุ่มครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 300 หน่วย โดยจะมีผู้ได้รับผลประโยชน์ 20 ล้านครัวเรือน 2.กลุ่มนายจ้างและผู้ประกันตนในมาตรา 33 แบ่งออกเป็นลูกจ้าง 11.2 ล้านคนและนายจ้าง 4.9 แสนราย ผู้ประกันตนในมาตรา 40 มีจำนวน 10.7 ล้านคน และผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 1.9 ล้านคน ซึ่งจะได้รับการดูแลเรื่องการบรรเทาภาระการนำส่งเงินสมทบ 3.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มผู้ใช้ก๊าซหุงต้ม
โดยเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 3.6 ล้านคน โดยจะเพิ่มเงินค่าก๊าซจาก 45 บาทเป็น 100 บาท และกลุ่มผู้ค้าหรือผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย มีบัตรสวัสดิการของรัฐ ประมาณ 5.5 พันคน ซึ่งใช้ก๊าซอยู่ และ 4.กลุ่มผู้ให้บริการขนส่งและผู้ให้บริการสาธารณะ โดยมีทั้งกลุ่มผู้ใช้ก๊าซ NGV ทั่วไปประมาณ 3.18 แสนคน กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง 1.57 แสนคน ผู้ขับรถแท็กซี่ที่อยู่ในโครงการลมหายใจเดียวกัน 1.7 หมื่นคน โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าอย่าขึ้นค่าบริการต่างๆ เนื่องจากรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานดูแลเรื่องเชื้อเพลิงให้แล้ว
นายพรชัย กล่าวต่อว่า หากถามว่าแล้วเงินมาจากไหน รอบนี้มีการร่วมด้วยช่วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน โดยหน่วยงานที่เป็นองค์กรของรัฐ ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปดูเรื่องกลไกราคาน้ำมันโดยเข้าสู่ระบบหาเงินกู้เข้ามาประมาณ 39,520 ล้านบาท กองทุนประกันสังคมจะลดการนำส่งเงินทำให้มีเงินในกองทุนประมาณ 33,857 ล้านบาท สำนักงบประมาณที่เข้ามาช่วยดูเรื่องงบกลาง อยู่ที่ประมาณ 3.740 ล้านบาท และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาร่วมอยู่ที่ 1,763 ล้านบาท รวมงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการอยู่ที่ประมาณ 78,880 ล้านบาท

