เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่สถานีกลางบางซื่อ ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 50 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 20 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บูธ A16 ‘สำนักพิมพ์มติชน’ ชั้น 1 (G floor) ใกล้ทางเชื่อมต่อ MRT
โดยเวลา 16.00 น. ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ผู้เขียนหนังสือ “ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส” เดินทางมาพบปะพูดคุยและแจกลายเซ็นนักอ่านเป็นวันที่ 2 ท่ามกลางแฟนคลับการเมืองที่ต่อแถวรอรับลายเซ็นล้นหลาม
น.ส.ชูใจ ศิริเลิศพรรณา อายุ 59 ปี อาชีพ ค้าขาย เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาจาก จ.เชียงราย เพื่อมาร่วมงานเชงเม้งและมางานสัปดาห์หนังสือ โดยวันนี้มาพร้อมกับลูกสาว ได้ซื้อหนังสือ ‘ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส’ และมายืนต่อแถวขอลายเซ็น อ.ปิยบุตร ให้ลูกสาว
“เล่มนี้ให้ลูกสาว กำลังเรียนอยู่ ม.ธรรมศาสตร์ เอกวรรณคดีอังกฤษ คนโตเรียนเอกประวัติศาสตร์ ที่ให้ลูกเรียนด้านนี้เพราะเป็นความชื่นชอบของลูก คุณแม่ไม่ปิดกั้น เพราะเราเคยเจอกับตัวมาแล้ว รู้สึกว่าไม่ดีกว่า ให้เขาเรียนตามสบาย เรียนสิ่งที่เขาชอบ จะได้เรียนรู้ได้ดี เรียนได้เต็มที่” น.ส.ชูใจกล่าว

นายพิชญ์พัชร์ ภู่ทอง อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาร่วมงานสัปดาห์หนังสือตั้งแต่เวลา 15.00 น. เพื่อมารอเจออาจารย์ปิยบุตร เคยเห็นอาจารย์ตั้งแต่ช่วงแรกสมัยที่มีการเลือกตั้งพรรคอนาคตใหม่ ชื่นชอบในความหมายและความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ส่วนตัวอาจารย์ปิยบุตรเอง ก็ออกงานวิชาการมาโดยตลอด ทำให้คนเข้าใจมุมมองการเมืองในทางวิชาการของอาจารย์มากขึ้น
เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ลายเซ็นอาจารย์เป็นคนแรก ?นายพิชญ์พัชร์กล่าวว่า ดีใจมาก การได้ลายเซ็นคนแรกอาจจะไม่ต่างอะไรมาก เพราะอย่างไรทุกคนก็ได้ แต่ดีใจที่ได้มาเจออาจารย์ปิยบุตร ปกติฟังอาจารย์ตามงานเสวนาวิชาการต่างๆ ถ้ามีโอกาสก็ไปฟังตลอด แต่ไม่เคยได้โอกาสขอลายเซ็น
“ผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ ทำให้มองเห็นมากกว่าแค่เหตุการณ์ อย่างประวัติศาสตร์ไทย เรามักศึกษาและจำเป็นเหตุการณ์ๆ ไป แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้เราเข้าใจความคิดของคนก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นๆ หรือความคิดของผู้คนที่จะนำพาไปสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้” นายพิชญ์พัชร์กล่าว

เมื่อถามว่า การรู้ประวัติศาสตร์ที่ลึกมากกว่าแค่เหตุการณ์ สำคัญอย่างไร ?
นายพิชญ์พัชร์ระบุว่า สำคัญเพราะทำให้เห็นสภาพบ้านเมืองและความคิดของคน เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เกิดจากความคิดที่รวบรวมมาก่อนแล้ว มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการวิเคราะห์การเมืองไทย
“ดูได้จากตอนนี้ แม้ว่าเรายังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อย่างแท้จริง แต่ความคิดของคนเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ได้ยึดถือสิ่งเดิม แต่มองหาสิ่งใหม่ๆ ก็เป็นโจทย์อย่างหนึ่งว่า จะทำอย่างไรให้ผู้ปกครองสามารถอยู่กับสิ่งใดเหล่านี้ได้ ถ้าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ถือเป็นแนวทางศึกษาอย่างหนึ่งที่เล่มนี้น่าจะมีกล่าวไว้ ตอนนี้ผมกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะเข้าคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เพิ่งไปสอบมาเมื่อวานนี้ เพราะอยากเป็นส่วนหนึ่ง อยากทำให้คนรุ่นหลังไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก” นายพิชญ์พัชร์กล่าว
ด้าน น.ส.กมลชนก ไชยพจน์พานิช นักศึกษา อายุ 20 ปี เปิดเผยว่า ที่ตนสนใจเรียนคณะศิลปศาสตร์ เอกวรรณคดีอังกฤษ เพราะชอบดูสื่อ K-POP และเห็นว่ามีการเริ่มใช้สัญลักษณ์ที่มาจากวรรณกรรมคลาสสิกมากขึ้นเรื่อยๆ เลยรู้สึกว่า การที่เราไปตามเก็บสื่อเหล่านี้เป็นอะไรที่สนุกมาก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รักการอ่าน
“ที่ซื้อหนังสือ ‘ภูมิปัญญาปฏิวัติฝรั่งเศส’ เพราะ 1.ชื่นชอบอาจารย์ปิยบุตร อาจารย์มีจุดยืนที่ชัดเจน เป็นนักเขียนที่เก่ง แล้วเราอยากจะเป็นแบบเขาบ้าง 2.การปฏิวัติฝรั่งเศสเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างสำคัญ และมีอิมแพคต่อยุคทองของวรรณกรรมในช่วงเวลานั้น เพราะเป็นเหตุการณ์ใหญ่ในภาคพื้นยุโรป
วรรณกรรมเกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นวรรณกรรมแบบ เจน ออสเตน (Jane Austen) หรือแนวหาผัวหาเมีย แต่เอาจริงๆ แล้ว วรรณกรรมมีส่วนในการเสียดสีการเมืองและสังคมในช่วงเวลานั้น
มีนัยยะที่ลึกซึ้งมากกว่า ซึ่งถ้าได้อ่านจะสัมผัสได้ถึงสภาพสังคมและความคิดในช่วงเวลานั้น”
น.ส.กมลชนกกล่าว
ด้าน นายภูมิภัทร สุระหิรัญ อายุ 19 ปี นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เดินทางมาเลือกซื้อหนังสือที่บูธมติชนพร้อมกับแฟนสาว
นายภูมิภัทรเปิดเผยว่า ตอนแรกเห็นข่าวประชาสัมพันธ์ในทวิตเตอร์ ว่าอาจารย์ปิยบุตรจะมาร่วมแจกลายเซ็นที่บูธมติชนในงานหนังสือ แต่ไม่ได้ดูวันและเวลาว่าจะมาตอนไหน ซึ่งวันนี้ว่างตรงกันกับแฟนพอดี จึงมาดูหนังสือด้วยกัน
“เดินผ่านมาทางนี้ เห็นบูธสำนักพิมพ์มติชน เขียนว่าอาจารย์ปิยบุตรมาวันนี้ด้วย ก็ไปเดินรอบๆ ดูหนังสือและกลับมารออาจารย์ปิยบุตร ผมสนใจเกี่ยวกับการปฏิวัติทางความคิด และการปฏิวัติทางสังคม สนใจหนังสือเกี่ยวกับการเมืองการปกครองอยู่แล้ว
และเชื่อมั่นในอุดมการณ์ ในคำพูดของอาจารย์ปิยบุตร ที่เวลาพูดจะหนักแน่น และพูดแนวคิดแบบเดิมตลอดเวลา แสดงว่ามีจุดยืนทางความคิดนั้นอย่างเข้มแข็ง” นายภูมิภัทรกล่าว


