“กมธ.กฎหมายลูก” ซีก ส.ว.ยังไม่ชัดหนุนบัตรเลือกตั้งแบบใด ให้เป็นเอกสิทธิ์แต่ละคน ด้าน “ไพบูลย์” หนุนใช้บัตรสองเบอร์ เบอร์เดียวกันอาจขัดรธน.-ทำปชช.สับสน
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ…. ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ฝ่ายรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีความชัดเจนว่าจะลงมติโหวตบัตรเลือกตั้งสองใบคนละเบอร์ ว่า ตนคิดว่ารายงานข่าวคงไปดูจากสัดส่วน กมธ.มากกว่า และดูจากการให้สัมภาษณ์ของ กมธ.บางคน ซึ่งอาจจะเป็นไปตามคาดการณ์หรือไม่เป็นไปตามคาดก็ได้ ทั้งนี้ ขณะนี้ ส.ว.มีการคุยกันถึงเรื่องการลงมติ โดยเป็นการคุยด้วยเหตุผล แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเหมือนกันอย่างไร แต่ก็มี ส.ว.หลายคนที่อภิปรายท้วงติงและตั้งข้อสังเกตถึงความสอดคล้องของรัฐธรรมนูญ มาตรา 90 วรรคท้าย
นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น เมื่อแก้ไขมาตรา 83 86 และ 91 แล้วต้องให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตราที่มีอยู่ด้วย ที่จำเป็นต้องส่ง ส.ส.เขตก่อนแล้วจึงค่อยมาส่งบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็ทำให้เห็นว่ามีแนวโน้มว่าจะเป็นคนละเบอร์ ทั้งนี้ จากการอภิปรายของส.ว. ก็คาดการณ์ว่า ส.ว.ส่วนใหญ่คงจะเห็นด้วยกับบัตรคนละเบอร์ แต่ก็ยังมี ส.ว.หลายคนที่เห็นต่างออกไป โดยการลงมติก็คงจะให้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ในชั้น กมธ.ไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อผ่านกมธ.แล้วก็จะมีการทำรายงานเข้าสู่สภาฯ ใหญ่ ซึ่งจะเป็นอย่างไรก็ต้องใช้คะแนนของรัฐสภา ส่วนตัวขอดูการอภิปรายสรุปของทุกฝ่ายอีกครั้งก่อน เนื่องจากที่ผ่านมายังมีการอภิปรายไม่ครบถ้วนและรอบด้าน
ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะกมธ. กล่าวว่า เท่าที่ฟังมา กมธ.ส่วนใหญ่อยากเอาตามร่างคณะรัฐมนตรี (ครม.) และพรรคร่วมรัฐบาลที่รับหลักการมา คือ ใช้บัตรเลือกตั้งคนละเบอร์ ขณะนี้ไม่ได้มีการพูดคุยกับฝ่ายอื่นๆ ถึงเรื่องการลงมติ ซึ่งหากฝ่ายอื่นๆ เห็นอย่างไรก็โหวตเลย ทั้งนี้ ส่วนตัวมีเหตุผล คือ การจะใช้บัตรเบอร์เดียวทั้งประเทศก็จะมีปัญหาที่อาจจะไม่สอดรับกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 90 วรรคแรก ที่ระบุว่าต้องส่ง ส.ส.เขตแล้วค่อยส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อแยกให้ประชาชนได้ใช้ดุลยพินิจในการเลือกพรรคหรือ ส.ส.เขตได้ รวมถึงจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย
เนื่องจากผู้ที่สมัครจะไปสมัครที่เขตและได้เบอร์ที่นั่นเลย โดยในเขตนั้นอาจจะมีผู้สมัครแค่ 7-8 คน แต่หากใช้เบอร์พรรค อาจจะมีหลายพรรคมาสมัคร ทำให้ประชาชนสับสนได้ ทั้งนี้ ได้มีการพิจารณากันดีแล้วในทุกร่างทุกมุม จึงปรากฏในร่าง ครม.และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งก็เชื่อว่า กมธ.หลายคนจะเห็นว่าควรเป็นแบบคนละเบอร์
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (30 มีนาคม) ก็คงจะมีความชัดเจน ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะเอาชนะหรือไม่ เราแค่ไปแสดงเจตนารมณ์ความเห็นใน กมธ. ซึ่งไม่ได้จบที่ กมธ. ยังมีเสียงจากในการประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้ง

