หน้าแรก การเมือง เบื้องลึกฟ้าผ...

เบื้องลึกฟ้าผ่าวิกสนามเป้า “นายกฯ” ห่วงการเมืองระหว่างประเทศบานปลาย

29.03.22 | 15:07 น.

เบื้องลึกฟ้าผ่า..!!! “ผอ.ททบ.5 “ “นายกฯ” ห่วงการเมืองระหว่างประเทศบานปลาย

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 ภายหลัง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะประธานบอร์ด ททบ.5 มีคำสั่งให้ พล.อ.รังษี กิติญานทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) พ้นจากหน้าที่ โดยให้ พล.ท.วิสันติ สระศรีดา อดีตเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก ทำหน้าที่แทน ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังวันที่ 23 มี.ค.65 ทาง ททบ.5 ได้แจ้งเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว ความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่าง ททบ.5 กับ รัสเซีย จีน อิหร่าน ในวันที่ 24 มี.ค. เวลา 14.00 น. โดยมี พล.อ.รังษี กิติญานทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 เป็นผู้ร่วมแถลงข่าว

จากนั้นช่วงเย็นวันเดียวกัน (23 มี.ค.) สื่อมวลชนได้รับการแจ้งจาก ททบ.5 ขอยกเลิกการแถลงข่าว ท่ามกลางกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความกังวลถึงความไม่เหมาะสม และเกรงจะถูกนำไปขยายผลทางการเมืองทั้งภายในและนอกประเทศ

แหล่งข่าวจากกองทัพบกเปิดเผยว่า ผบ.ทบ.รู้สึกไม่สบายใจต่อกรณีเกิดขึ้น โดยได้มีการพูดคุยส่วนตัวกับ พล.อ.รังษี หลังจากนั้นได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้ ททบ.5 นำเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลให้บรรยากาศใน ททบ.5 อึมครึมมาตลอด

Advertisement

จนกระทั่งวานนี้ (28 มี.ค.) รายการเที่ยง ของ ททบ.5 ซึ่งเป็นรายการข่าวของบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่ร่วมผลิต โดยผู้ประกาศข่าวได้มีการนำเสนอข่าวสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ ททบ.5 ตัดสัญญาณกลางอากาศ ส่งผลให้บริษัทร่วมผลิตตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมผลิตทุกรายการใน ททบ.5

โดย พล.อ.รังษีกล่าวเปิดใจว่า ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ตนทำหนังสือขออนุมัติพ้นตำแหน่ง ผอ.ททบ.5 กับ ผบ.ทบ. และยืนยันว่าไม่ใช่การปลดตนแต่อย่างใด ต้องให้ความเป็นธรรมกับ ผบ.ทบ. โดย ผบ.ทบ.ได้ลงนามในคำสั่งให้มีผล 7 เม.ย 65 ซึ่งตนได้ให้เหตุผลในหนังสือว่า “เป็นเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว” อย่าไปใช้คำว่า ปลด เพราะไม่แฟร์กับ ผบ.ทบ.

เมื่อถามว่า เกิดจากกรณีข่าวการสู้รบ รัสเซีย-ยูเครน หรือไม่ พล.อ.รังษีกล่าวว่า เป็นเรื่องของสื่อที่ต้องไปหาข้อมูลเอาเอง ตนไม่อยากพูดอะไร เพราะตนเป็นคู่กรณี การพูดถึงบุคคลที่สาม เดี๋ยวทัวร์จะลง

เมื่อถามย้ำอีกว่า เป็นกรณีที่บริษัทร่วมผลิตมีการนำเสนอข่าวรัสเซีย-ยูเครน ทั้งที่ถูกสั่งห้ามมาก่อนหน้านี้ พล.อ.รังษีกล่าวว่า สื่อต้องไปหาข้อมูลเอง เพราะตนพูดอะไรไม่ได้จริงๆ พูดไปก็ไม่ดีกับใครทั้งสิ้น และความจริงก็เป็นไปตามที่ตนพูด โดยสื่อกับตนก็ติดตามข่าวและรู้เท่าๆ กัน

เมื่อถามว่า เรื่องที่ ผบ.ทบ.ไม่พอใจ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.รังษีปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ แต่ย้ำว่า ตนเป็นคนขออนุมัติ ผบ.ทบ.พ้นจากหน้าที่เอง ด้วยเหตุผลและความจำเป็นส่วนตัว

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.โดนกดดันจากผู้บังคับบัญชาหรือไม่ พล.อ.รังษีกล่าวว่า สื่อต้องไปหาข้อมูลเอา ซึ่งคิดว่าตนตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้อง และควรจะทำ และเป็นคนทำอะไรเปิดเผย ซึ่งความจริงก็คือมีคำสั่งให้ตนพ้นหน้าที่

เมื่อถามว่า เป็นการบริหารงาน ททบ.5 จากนี้ต่อไปหรือไม่ พล.อ.รังษีกล่าวว่า ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร คนเก่าไป คนใหม่ก็มา ก็ให้รอดูกันต่อไปดีกว่า

“ผมขอย้ำว่า อย่าใช้คำว่าปลด เพราะไม่แฟร์กับเพื่อนผม (พล.อ.ณรงค์พันธ์) เพราะคำว่า ปลด ผมไม่ได้ปลดตัวผม ส่วน ผบ.ทบ.ได้ให้กำลังใจหรือไม่นั้น ขณะนี้ผมยังไม่เจอ ผบ.ทบ. เนื่องจากเดินทางไปประเทศลาว และคำสั่งคาดว่าเซ็นก่อนเดินทางไปราชการ และผมพึ่งได้รับคำสั่งมาเมื่อเช้านี้ (29 มี.ค.)” พล.อ.รังษีกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กองทัพบกได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เตรียมพร้อมหากถูกฝ่ายค้านนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่จะถึงนี้