ญาติลุงมานะ เหยื่อกระสุนยาง คฝ.สลายม็อบดินแดง แจ้งความดำเนินคดีพรุ่งนี้ ชี้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
จากกรณีที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า นายมานะ หงษ์ทอง อายุ 64 ปี ถูกยิงด้วยกระสุนยางเข้าที่ศีรษะขณะเดินทางกลับแฟลตดินแดง ระหว่างมีการชุมนุมที่ดินแดงเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 หลังป่วยติดเตียงมากว่าครึ่งปี
โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนอ้างอิงสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมที่รับเรื่องร้องเรียนจากนายมานะ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณแฟลตดินแดง กรุงเทพฯ โดยที่นายมานะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมในวันนั้น แต่เหตุเกิดในขณะนายมานะกำลังเดินทางเข้าที่พักในแฟลตดินแดง ถนนไมตรี ดินแดง กรุงเทพฯ ปรากฏว่านายมานะถูกกระสุนยางยิงเข้าบริเวณศีรษะ ได้รับอันตรายสาหัส และต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ศูนย์ทนายฯเผย มานะ หงษ์ทอง เหยื่อกระสุนยาง คฝ. สลายม็อบดินแดง เสียชีวิต หลังป่วยติดเตียงกว่าครึ่งปี
- ‘โรม’ ร่วมอาลัย ‘ลุงมานะ’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ.วัย 64 ช่วงสลายม็อบดินแดง เสียชีวิต
ล่าสุด มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ (31 มีนาคม) นางพรรณี ศุขสมาน น้องสาวของนายมานะ พร้อมด้วยทนายความในนามภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าพนักงานตำรวจ หรือบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
รวมถึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานกรณีที่นายมานะถูกลูกหลงจากการสลายการชุมนุมบริเวณแฟลตดินแดงขณะเดินทางกลับบ้าน เมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 จนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมระบุว่า คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 ส.ค.64 ขณะที่นายมานะ หงษ์ทอง หรือลุงมานะ ประชาชนอายุ 64 ปี ผู้พักอาศัยอยู่ในแฟลตดินแดงกำลังเดินทางกลับบ้านตามปกติ ได้เดินทางผ่านจุดที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนใช้กำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อสลายการชุมนุม บริเวณแฟลตดินแดง และถูกลูกหลงจากการสลายการชุมนุมจนล้มลงไปนอนหมดสติอยู่ข้างธนาคารออมสิน หน้าซอยมิตรไมตรี โดยนายมานะมีบาดแผลสาหัสคล้ายถูกกระสุนยางยิงเข้าที่บริเวณศีรษะข้างขวา 1 จุด และถูกทิ้งให้นอนจมกองเลือดอยู่เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนที่เดินผ่านไปมาไม่ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด ซ้ำยังปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้หน่วยกู้ภัยเข้าถึงตัวนายมานะได้
จนกระทั่งเวลา 01.12 น. ของวันที่ 16 ส.ค.64 หน่วยกู้ภัยจึงสามารถเข้าพื้นที่และนำตัวนายมานะส่งโรงพยาบาลราชวิถีได้สำเร็จ พบว่านายมานะมีเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง อาการหนัก และต้องใส่ท่อช่วยหายใจ
นายมานะเข้ารับการรักษาอยู่ในห้อง ICU ณ โรงพยาบาลราชวิถีเป็นเวลากว่า 1 เดือน ก่อนจะกลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน สมองของนายมานะได้รับความกระทบเทือนอย่างหนักจากเหตุการณ์ดังกล่าวจนต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยติดเตียงที่พูดสื่อสารไม่ได้ ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ดังเดิม และสุดท้ายนายมานะเสียชีวิตลงในอีก 7 เดือนถัดมา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565
คดีนี้นายเอกรินทร์ หงษ์ทอง หลานชายของนายมานะ ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้กับ สน.ดินแดง ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.64 ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) และภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะพาน้องสาวของนายมานะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ให้ดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด ในฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายสาหัส และในฐานอื่นๆ ตามสมควรแก่ความผิด และจะขอให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมไฟล์กล้องวงจรปิดจากบริเวณที่เกิดเหตุและเอกสารทางการแพทย์ก่อนที่หลักฐานเหล่านี้จะสูญหายไป
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในนามภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จึงขอเชิญชวนให้สื่อมวลชนและประชาชน ติดตามการเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษตามวันและเวลาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการเร่งรัดให้เกิดการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน คืนความเป็นธรรมให้แก่นายมานะ หงษ์ทอง และครอบครัวโดยเร็วที่สุด และร่วมส่งเสียงถึงเจ้าหน้าที่รัฐให้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ไม่ให้เกิดความสูญเสียของประชาชนเช่นกรณีของลุงมานะขึ้นอีก

