สถานีคิดเลขที่ 12 : สนุกทั้ง กทม.-พัทยา โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

1.04.22 | 10:00 น.

อาจจะเป็นเพราะอัดอั้นกันมานาน ไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.มายาวนานถึง 9 ปี หลังจากเลือกครั้งสุดท้ายไปเมื่อปี 2556 โน้น ดังนั้นบรรยากาศการเลือกตั้งผู้ว่าฯของคนกรุงที่เข้าสู่ช่วงเปิดรับสมัครแล้ว จึงคึกคักสุดขีด

จากนี้ก็จะเป็นช่วงหาเสียงอย่างเป็นทางการ ก่อนไปตัดสินกันในวันที่ 22 พฤษภาคม

ตัดสินโดยประชาชนคน กทม. ซึ่งมีจำนวนผู้มีสิทธิ 4.3 ล้านคน จะได้โอกาสเลือกด้วยมือตัวเอง ตามหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่ว่าคึกคัก เห็นได้จากระดับบิ๊กเนม เสนอตัวเข้ามาจำนวนมาก ไม่ได้มีตัวเต็งแค่ 2-3 คน เหมือนครั้งก่อนๆ

ตอนนี้ได้รู้เบอร์กันไปแล้ว ป้ายหาเสียงพร้อมเบอร์ติดกันพรึบ ไปจนถึงผ่านช่องทางโซเชียลทางออนไลน์

Advertisement

แน่นอนว่าหมายเลข 1 ยอดปรารถนาของผู้สมัครทุกราย ชาวบ้านจำได้ง่าย หาเสียงชูนิ้วก็ง่าย ทำให้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคก้าวไกล คงปลาบปลื้มกว่าใคร

แต่ที่ฮากันมาก คือ นายสกลธี ภัททิยกุล ได้เบอร์ 3 เป็นประเด็นขึ้นมาทันที เพราะต้องชู 3 นิ้ว ทั้งที่จุดยืนอุดมการณ์ขัดกันอย่างยิ่ง ที่สำคัญเป็นแกนนำหลัก กปปส.ร่วมชัตดาวน์ ขัดขวางเลือกตั้ง ทำให้บ้านเมืองเข้าทางตัน เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขับรถถังออกมา แล้วเข้านั่งในทำเนียบรัฐบาล

แถมวันที่ กปปส.ปูทางจน พล.อ.ประยุทธ์เข้ายึดอำนาจนั้นก็ 22 พฤษภาคม 2557 ตรงกับวันเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก.อีกด้วย

เป็นอีกหัวข้อการเสียดสีที่ร้อนแรงไปทันที ยิ่งเมื่อย้อนการรัฐประหาร เป็นเหตุทำให้คนกรุงต้องเสียสิทธิประชาธิปไตย ไม่ได้เลือกตั้งผู้ว่าฯมาถึง 9 ปี ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิ

ประเด็นนี้ยังพาดพิงไปถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯปัจจุบัน ที่ลงป้องกันแชมป์อีกหน แถมได้เบอร์ 6 ก็คือ ชู 3 นิ้ว 2 มือ โดยได้รับแรงเชียร์เต็มที่จากแกนนำ กปปส.อีกด้วย เพราะผูกพันกันมาตั้งแต่ตอนก่อม็อบ

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.3 ล้านนั้น มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกหรือนิวโหวตเตอร์อยู่ 6-7 แสนคนเมื่อรวมไปถึงผู้มีช่วงอายุในวัยคนรุ่นใหม่ ถือเป็นพลังชี้ขาดที่สำคัญ

นอกจากจะเป็นฐานของนายวิโรจน์ พรรคก้าวไกลแล้ว ยังหมายถึงเบอร์ 8 ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นเต็งจ๋า เต็งที่สุด เพราะเปิดตัวหาเสียงล่วงหน้ามายาวนาน เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ และฝ่ายรักประชาธิปไตย

ขณะที่ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ 4 คงคาดหวังว่า จะแบ่งเสียงคนรุ่นใหม่มาได้ ด้วยความรอบรู้และมากไอเดียการบริหารเมือง อีกทั้งยังมีฐานเสียงของพรรคเก่าแก่ประชาธิปัตย์อีกด้วย

เช่นเดียวกับ เบอร์ 7 รสนา โตสิตระกูล ซึ่งมีฐานเสียงคน กทม.อยู่ และเบอร์ 11 น.ต.ศิธา ทิวารี ที่มีฐานของพรรคไทยสร้างไทย โดยคุณหญิงหน่อย รองรับอย่างน่าจับตา

อีกแค่เดือนกว่าๆ จะได้รู้กัน แต่ทั้งนี้ 22 พฤษภาคม ไม่ใช่แค่ประชาธิปไตยของคนกรุง ยังเป็นวันเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสภาเมืองพัทยา ที่ไม่ธรรมดา

เพราะบ้านใหญ่ที่ต้องป้องกันแชมป์ กำลังเกิดรอยร้าวภายใน แถมมีคณะก้าวหน้าของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส่งผู้สมัครลงสู้ด้วย

ทั้งศึกภายในและต้องปะทะกับกระแสคนรุ่นใหม่ กระแสการเปลี่ยนแปลง

สนุกแน่ๆ ทั้งสนาม กทม.และพัทยา