หน้าแรก การเมือง กมธ.สิทธิมนุษ...

กมธ.สิทธิมนุษยชน ส.ว. ไม่สนแม๊จี้ถอนเรื่อง เดินหน้าสางคดีต่อ เผยพบข้อมูลคนนอกเรือให้คำปรึกษา

4.04.22 | 11:15 น.

‘กมธ.สิทธิมนุษยชน ส.ว.’ ไม่สน แม่แตงโมจี้ถอนเรื่อง ยันเดินหน้าสางคดีต่อ เผยพบข้อมูลเชื่อมโยงบุคคลนอกเรือให้คำปรึกษา แจงปมโพสต์เฟซมีคนต้องเปลี่ยนสถานะ แต่ไม่ฟันธง อาจไม่ใช่ 5 คนบนเรือก็ได้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 เมษายน ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ประชุมเพื่อพิจารณาการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจของ กมธ.ในการสอบหาข้อเท็จจริง กรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม นักแสดงชื่อดัง โดยได้เชิญผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย และผู้บังคับบัญชากลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานวุฒิสภา เข้าให้ข้อมูล

นายสมชาย แสวงการ ส.ว.ในฐานะประธาน กมธ. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องภายหลังจากนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน มารดาของ น.ส.ภัทรธิดาขอถอนเรื่องออกจาก กมธ. ซึ่งสามารถทำได้ แต่ขอชี้แจงว่าเมื่อรับเรื่องมาแล้ว กมธ.ได้พิจารณาใน 2 เรื่องอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องบุคคลธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่กระทบต่อสาธารณะ และกระทบความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ สังคมและสื่อมวลชนให้ความสนใจ และมีข้อสงสัยเป็นจำนวนมาก ยืนยันว่าเราจะทำงานต่อ

นายสมชายกล่าวว่า ส่วนวันนี้จะพิจารณาว่าจะต่อในรูปแบบใดและเดินหน้าอย่างไร แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อแน่นอน เพราะขณะนี้เราได้พยานหลักฐานมาบางส่วนแล้ว เช่น กล้องวงจรปิดที่ได้มาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และผลการผ่าศพทั้ง 2 ครั้งที่ได้มาตั้งแต่ต้น มีเจ้าหน้าที่ของเราไปบันทึกข้อมูลไว้หมด ตนคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ และเราจะทำหน้าที่ของเราในการติดตามในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นดับเบิลเช็กให้สังคม และคงจะไม่ไปสั่งการ หรือแทรกแซง ขอให้ตำรวจทำสำนวนได้อย่างสบายใจ เพราะต้องการให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำของตำรวจด้วย

สมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธาน กมธ.สิทธิฯ

“ยืนยันว่าเราจะดำเนินการต่อ แม้แม่จะถอนเรื่องไปแล้ว ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ไม่ได้พูดคุยกับมารดา เห็นแต่ที่ได้แถลงข่าวออกมา ส่วนหลังไมค์นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ในฐานะทนายความของมารดา น.ส.ภัทรธิดา ก็พูดกับผมว่า กมธ.จะทำอะไรไม่ได้ติดใจ แต่ในเมื่อเขามีหน้าที่มาถอนก็ถอน ซึ่งหลายเรื่องที่ทนายเดชาแถลงก็ใกล้เคียงกับข้อมูลที่เรามีอยู่” นายสมชายกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวที่ระบุว่า กรณีนี้จะมีผู้ที่ต้องเปลี่ยนสถานะแน่นอน นายสมชายกล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทั้ง 5 คน บนเรือหรือไม่ อาจจะเป็นคนใหม่ หรืออาจจะเป็นคนเดิมแต่ถูกเพิ่มข้อหา ซึ่งขณะนี้ถูกตั้งข้อหาไปแล้ว 3 คน ที่เหลือสามารถกันเป็นพยานได้ ถ้าให้ความร่วมมือ แต่ถ้าไม่ให้ก็ต้องแจ้งให้ทราบว่ามีความผิดตามกฎหมาย เช่น การให้การเป็นพยานเท็จ การพยายามทำลายหลักฐาน หรือแม้กระทั่งไปเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ส่วนบุคคลที่ให้คำแนะนำก็ต้องดูว่าเป็นปกติ หรือเพื่อปกปิด เพราะถ้าปกติสามารถทำได้ แต่หากปกปิดก็ถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เราก็ไม่ทราบ ต้องสอบพยานดู

Advertisement

นายสมชายกล่าวด้วยว่า ยอมรับว่าจากการสอบสวนของ กมธ.พบความเชื่อมโยงของบุคคลนอกเรือ โดยมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีให้ข้อมูลกับ กมธ.ว่ามีที่ปรึกษา ซึ่งเดิมจะให้พามามอบตัว อาจจะเป็นคนแนะนำหรือไม่ก็ตาม แต่มีบุคคลภายนอกแน่นอน เป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีเหตุก็ต้องมีคนเข้าไปช่วย แต่จะช่วยแบบไหนก็ตาม คิดว่าขณะนี้ตำรวจสอบไปแล้ว แต่ยังไม่ระบุว่ากี่คนและไม่ได้บอกว่าเป็นนักกฎหมาย อดีตข้าราชการ หรือข้าราชการปัจจุบัน และเราไม่ได้ซักโดยละเอียด แต่ข้อมูลในโทรศัพท์ของพยานและผู้ต้องหาในคดีมีครบ ไม่ว่าจะการโทรเข้าออกที่เราสามารถสืบได้อยู่แล้ว รวมถึงภาพที่อยู่ในเครื่องที่สามารถกู้คืนได้ แม้มีการลบทิ้งบางส่วน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง