คำสั่งปลด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ออกจากตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” โดยอำนาจของมาตรา 44
คือ “ความแจ่มชัด”
เป็นความแจ่มชัดอันยืนยันว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร คือ “เป้าหมาย” อย่างแท้จริง
เป็นความแจ่มชัดว่า “ใคร” คือ “ตัวจริง”
เพราะที่ผ่านมา สถานะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดูเหมือนจะแข็งแกร่งและมั่นคงในกทม.นั้น
เสมอเป็นเพียงสถานะ “ลวง”
นั่นก็คือ สามารถแข็งแกร่งและมั่นคงได้เนื่องจากอำนาจและบารมีของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ต่างหาก
เห็นได้จากคำสั่ง “แขวน” ในเบื้องต้น
คนที่เข้ามาแสดงบทบาทและทำงานของกทม.อย่างต่อเนื่อง คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ไม่ใช่ใครที่ไหน
และตอนนี้ก็ถึงวาระที่ต้อง “เผยแสดง”
ขณะเดียวกัน ความแจ่มชัดนี้ยังส่งผลสะเทือนอย่างชนิดตอกตรึงไปยัง “พรรคประชาธิปัตย์”
ตอกตรึง “ความขัดแย้ง” ตอกตรึง “ความแตกแยก”
เหมือนกับว่า การแขวนก็ดี การปลด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผลงานของพรรคประชาธิปัตย์
เหมือนกับจะใช่ แต่มิได้เป็น “ทั้งหมด”
ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรทำให้มีการเคลื่อนไหวในการขุดคุ้ย เปิดโปง โจมตี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อย่างต่อเนื่อง
โดยคนของ “พรรคประชาธิปัตย์”
เพราะมีข่าวหนาหูว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อาจเป็น “ตัวแทน” ของใครบางคนเพื่อเข้าไปยึดพรรค
โดยมี คนของ “กปปส.” เป็น “เลขาธิการพรรค”
เท่านั้นแหละ การเคลื่อนไหวของ “บางส่วน” ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เกิดขึ้น
ปลายหอกพุ่งเข้าใส่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร
คำสั่ง “แขวน” และคำสั่ง “ปลด” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เหมือนกับจะเป็นการสำนองรับ
รับ “ลูก” จาก “พรรคประชาธิปัตย์”
เป็นความจริง “ส่วนหนึ่ง” แต่ผลสะเทือนจะยิ่งฉายภาพความ ขัดแย้ง ความแตกแยก”ภายใน”พรรคประชาธิปัตย์อย่างเด่นชัดเป็น “รูปธรรม” มากยิ่งขึ้น
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถูก”บูชายัญ” ไปแล้ว
นี่คือธรรมชาติและจุดเด่นอย่างยิ่งของพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ยุค นายธรรมนูญ เทียนเงิน ยุค นายสมัคร สุนทรเวช กระทั่งยุค นายพิมล ศรีวิกรม์
การปลด ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แค่เป็น “จุดเริ่มต้น”
สถานการณ์ “เขย่า” พรรคประชาธิปัตย์ยังมีตามมาอีก ระลอกแล้ว ระลอกเล่า

