รัฐสภา จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลพระบรมศพ “พรเพชร” เผยการสืบสันตติวงศ์ ต้องรอครม.แจ้งทางการ สนช.พร้อมทุกเมื่อ
เมื่อเวลา 07.19 น. วันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร.อ.ทินพันธ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างทั้งสองสภา ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง โดยนายพรเพชรได้กล่าวแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเป็นกษัตริย์ที่ทรงงานตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกมิภาคของประเทศ จากนั้นได้ยืนแสดงความไว้อาลัยเป็นเวลา 9 นาที
จากนั้น นายพรเพชรให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการเป็นประธานในพิธี ว่า กิจกรรมดังกล่าว แสดงถึงความจงรักภักดี และแสดงถึงความอาลัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และที่น่ายินดีคือบรรดาสมาชิกฯ ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ และมาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างคับคั่ง โดยทาง สนช.ก็จะน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งเป็นหลักที่พระองค์ปกครองคนอื่นโดยธรรม คนอื่นๆ ที่ลดหลั่นลงมาหรือผู้ที่ได้รับพระบรมราชโองการ จะต้องปฏิบัติหน้าที่เฉกเช่นเดียวกับพระองค์ท่าน นั่นก็คือการยึดหลักความเป็นธรรม และพระองค์ท่านจะเน้นเรื่องความผาสุกของประชาชนชาวสยาม ซึ่ง สนช.ก็ถือเป็นข้าราชการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะต้องปฏิบัติตนตามแบบอย่าง
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมของ สนช. ในคราวต่อไปนั้น ก็จะเป็นวาระพิจารณากฎหมายปกติ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ และกฎหมายต่างๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศ ตามแผนงานของรัฐบาล และคณะกรรมาธิการฯ โดยจะต้องเป็นไปตามโรดแมปที่วางไว้ คือจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง โดยพยายามดำเนินการตามนั้น ซึ่งจะต้องรอดูกฎหมายลูกที่เข้ามา ส่วนกฎหมายที่เป็นไปตามแผนการปฏิรูปนั้น รัฐบาลก็พยายามเร่งรัดเสนอเข้ามา ขณะเดียวกัน กฎหมายที่ค้างอยู่ในชั้นคณะกรรมาธิการฯ ก็เหลืออยู่ไม่กี่ฉบับ แต่ถ้ากฎหมายใดที่มีปัญหาที่จะต้องรับฟังประชาชนมากๆ ทาง สนช. ก็ไม่ได้รีบร้อน
นายพรเพชรกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการสืบสันตติวงศ์นั้น ทาง สนช.กับรัฐบาลได้มีการประสานกันมาตลอด ซึ่งขึ้นอยู่กับทางรัฐบาล เพราะตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 23 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปัจจุบันนั้น จะต้องมีกระบวนการที่ต้องให้ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งให้ทาง สนช.ทราบถึงการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตั้งพระรัชทายาทเอาไว้ ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเป็นทางการด้วยมติ ครม. ถ้าทาง ครม.มีมติมาเมื่อใด สนช.ก็จะต้องมีการดำเนินการประชุมโดยรีบด่วน โดยทาง สนช.ได้เตรียมพร้อมตลอดทุกวัน ซึ่งอย่าลืมว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงนั้น ก็โยงไปถึงพระราชบัณฑูร ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารด้วย ดังนั้น จะต้องมีความสัมพันธ์กัน
นายพรเพชรกล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ตนยืนยันว่ากฎหมายลูกก็จะต้องออกตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐธรรมนูญจะต้องประกาศใช้ก่อน ซึ่งตนได้ทราบว่าทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ดำเนินการร่างกฎหมายลูกล่วงหน้าไปแล้ว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือได้ดำเนินการรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองมาบ้างแล้ว ซึ่งทาง สนช.จะไปพิจารณาล่วงหน้าไม่ได้ ขณะเดียวกันทาง สนช. ซึ่งจะต้องมีภารกิจในการพิจารณากฎหมายที่ทาง กรธ.ส่งมานั้น จะต้องดูว่ากฎหมายที่ส่งมาเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่เป็นทางการแล้ว จะได้ไม่เป็นอุปสรรคที่จะอ้างได้ว่า เพิ่งได้รับหรือไม่รู้เรื่อง อย่างนี้ไม่ได้

