‘ช่อ’ ไม่เห็นด้วย ‘ชัชชาติ’ ชี้การชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐาน ต้องเกิดได้ทุกที่ ไม่ใช่ที่รัฐกำหนด

8.04.22 | 11:13 น.

‘ช่อ’ ไม่เห็นด้วย ‘ชัชชาติ’ ชี้การชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐาน ทำได้ทุกที่ ไม่ใช่ที่รัฐกำหนด ขณะที่ชัชชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อ ระบุว่า การแสดงออกเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน  กทม. ควรจัดพื้นที่สำหรับการแสดงออกทั้งขนาดใหญ่ เช่น ลานคนเมือง สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง ให้ชุมนุม รวมถึงต้องอำนวยความสะดวกด้วย 

 


เมื่อวันที่ 8 เมษายน  พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ใช้ทวิตเตอร์โพสต์แสดงความไม่เห็นด้วย กับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โดยระบุว่า “ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ของคุณชัชชาติ การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ต้องเกิดได้ทุกที่ ผู้ว่าฯมีหน้าที่อำนวยความสะดวกผู้ชุมนุมและดูแลให้คนยังสัญจรไปมาได้ ไม่ใช่เปิดให้ชุมนุมได้แค่บางที่ การให้ชุมนุมได้เฉพาะในที่ที่รัฐกำหนด เผด็จการเขาใช้กันเพื่ออ้างว่าฉันเป็นประชาธิปไตย”

“เหตุที่การชุมนุมต้องเกิดได้ทุกที่ เพราะหากเราชุมนุมได้เฉพาะบริเวณที่รัฐกำหนด เท่ากับให้ผู้มีอำนาจควบคุมการชุมนุมได้ การชุมนุมส่วนใหญ่เป็นการต่อต้านผู้มีอำนาจทั้งนั้น หากรัฐไม่อนุญาตเราก็ไม่ได้ชุมนุม เท่ากับประชาชนถูกพรากเอาอาวุธหนึ่งเดียวที่ตัวเองมีไป”

โดย มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งเข้าไปถามว่า “คำนึงสิทธิขั้นพื้นฐานของม็อบ ก็ต้องคำนึงสิทธิขั้นพื้นฐานของคนสัญจรด้วย บางคนอาจพลาดโอกาสสำคัญเดียวในชีวิตไปเพราะเส้นทางถูกกีดขวาง เป็นประชาธิปไตย ต้องคำนึงสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนใช่หรือไม่”

Advertisement

ขณะที่ พรรณิการ์ ตอบกลับว่า “ใช่ค่ะ เราต้องคำนึงถึงสิทธิของทุกคน แต่ผู้ว่าฯที่มีความสามารถ จะสามารถบริหารให้คนยังสามารถสัญจรไปมาได้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ได้รับความสะดวกตามสมควรในระหว่างที่มีการชุมนุม”

ต่อมา พรรณิการ์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเพิ่มเติม ระบุ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ของคุณชัชชาติเลยค่ะ การชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ต้องเกิดได้ทุกที่ ผู้ว่าฯกทม. มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุม จัดรถห้องน้ำ ดูแลความปลอดภัย และในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลให้คนทั่วไปที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุมยังสัญจรไปมาได้ หรืออย่างน้อยก็ได้รับความสะดวกตามสมควร มีการแจ้งประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าให้หลีกเลี่ยงเส้นทาง ไม่ใช่จัดโซนนิ่ง เปิดให้ชุมนุมได้แค่บางที่

การให้ชุมนุมได้เฉพาะในที่ที่รัฐกำหนด เป็นวิธีที่ประเทศเผด็จการเขาใช้กันเพื่ออ้างว่าฉันเป็นประชาธิปไตย เปิดรูให้ประชาชนชุมนุมได้ในบางที่ แต่เป็นการชุมนุมที่จะไม่มีพลังไม่มีอิมแพคอะไรพอที่จะสะเทือนผู้มีอำนาจได้

หากพูดถึงความสะดวกไม่เดือดร้อนใคร อันที่จริงเวลาเราชุมนุมที่สนามหลวงก็ไม่เดือดร้อนใคร เพราะเป็นที่โล่งกว้าง แต่เพราะมันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ผู้มีอำนาจเดือดร้อน คนจัดชุมนุมที่สนามหลวงจึงโดนคดี

หากคุณชัชชาติจะจัดโซนนิ่งให้ชุมนุม อยากทราบว่าหน้าทำเนียบรัฐบาล กระทรวงต่างๆ สนามหลวง และอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะเป็นโซนที่สามารถชุมนุมได้หรือไม่?

เหตุที่การชุมนุมต้องเกิดได้ทุกที่ เพราะหากเราชุมนุมได้เฉพาะบริเวณที่รัฐกำหนด เท่ากับให้ผู้มีอำนาจควบคุมการชุมนุมได้ การชุมนุมส่วนใหญ่เป็นการต่อต้านผู้มีอำนาจทั้งนั้น หากรัฐไม่อนุญาตเราก็ไม่ได้ชุมนุม เท่ากับประชาชนถูกพรากเอาอาวุธหนึ่งเดียวที่ตัวเองมีไป

แน่นอนว่าการชุมนุมขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับความสะดวกในการใช้พื้นที่ การเดินทาง ขอยกตัวอย่าง เวลาอังกฤษจะมีการประท้วงหยุดงานของพนักงานรถไฟ ซึ่งกระทบกับการเดินทางของคนเป็นล้าน สหภาพเขาจะแจ้งล่วงหน้านานหลายวัน เพื่อให้ประชาชนวางแผนชีวิตตัวเองในวันที่จะมีการประท้วง และคนส่วนใหญ่ก็ยอมรับได้ วางแผนเลี่ยงการเดินทางหรือไปใช้ระบบโดยสารอื่น

“ความไม่สะดวกในการเดินทางเป็นสิ่งที่พวกเขายอมจ่ายเพื่อแลกกับสิทธิที่เพิ่มขึ้นของเพื่อนร่วมชาติ สวัสดิการที่ดีของพนักงานรถไฟอังกฤษ ได้มาจากการต่อสู้เรียกร้อง ไม่ใช่การเชื่อฟังและทำตามที่รัฐอนุญาต สวัสดิการ คุณภาพชีวิต สิทธิเสรีภาพของคนไทยก็เช่นเดียวกัน” พรรณิการ์ระบุ

ทั้งนี้ ‘วอยซ์’ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์นายชัชชาติ เมื่อถามว่าการแก้ปัญหาม็อบชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯ จะทำอย่างไรไม่ให้สร้างปัญหาให้คนที่ไม่ได้มาร่วมชุมนุม นายชัชชาติระบุว่า ตนมองว่าการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย ดังนั้น กทม. ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ควรจัดพื้นที่สำหรับการแสดงออกทั้งขนาดใหญ่ เช่น ลานคนเมือง สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เป็นต้น นอกจากนี้ ทุกเขตควรมีพื้นที่สาธารณะขนาดเล็ก เพื่อให้คนมาแสดงความคิดเห็นได้เช่นกัน นอกจากพื้นที่แบบอนาล็อกแล้ว ควรมีพื้นที่แบบดิจิทัลในการแสดงความคิดเห็นด้วย ชัชชาติระบุว่า กทม. ต้องอำนวยความสะดวกเรื่องการจัดหาเครื่องเสียง รถสุขา มีการประสานงานขออนุญาตใช้พื้นที่ชุมนุมตามกฎหมาย พร้อมย้ำว่า การแสดงออกเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ปัญหาที่คนรุ่นใหม่อัดอั้นตันใจ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีใครรับฟังพวกเขา เชื่อว่าถ้ามีพื้นที่ตรงนี้ สังคมจะดีขึ้น ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง