บิ๊กเจี๊ยบ” วอน คนไทยเข้าใจกันและกัน ชี้ปท.ต้องการความสงบ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่สนามหลวง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.)กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ว่า ไม่เป็นห่วงเรื่องของมิจฉาชีพจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในช่วงนี้ เพราะคงไม่มีใครใช้สถานการณ์แบบนี้ซ้ำเติมคนไทยด้วยกันเอง แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดในตอนนี้คือปัญหาการจราจร โดยตนมอบหมายให้ กกล.รส.กองทัพภาคที่ 1 ตั้งกองอำนวยการร่วมที่สนามหลวงประสานงานกับตำรวจจัดระเบียบการจราจร โดย 2 วันที่ผ่านมาทุกอย่างดีขึ้น แต่จำนวนประชาชนก็เข้ามาเพิ่มขึ้น รวมถึงการเข้ามาช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกของบรรดาจิตอาสา ที่เดินทางมาแจกสิ่งของให้ประชาชน เพราะมีเข้ามาจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ ดังนั้นจึงอยากอยากฝากว่า ทุกคนมีหัวใจดวงเดียวกัน เพื่อมาแสดงความอาลัยและมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่บางครั้งการอำนวยความสะดวกของเจ้าหน้าที่ไม่ทั่วถึง ก็ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ ที่ต้องมองในมุมความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย เป็นอันดับแรก รองลงมาคือการจราจร อาจทำให้ประชาชนบางคนไม่พอใจ จึงอยากขอให้มองในภาพรวมและช่วยกัน
พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการใช้มาตรการทางสังคมกดดันคนที่แต่งกายและแสดงออกไม่เหมาะสมนั้น ตนก็ยอมรับว่าเป็นห่วง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.ได้พูดไปแล้วว่าทุกคนมีความจงรักภักดี มีความรักและอาลัยอาวรณ์ แต่สภาพความพร้อมของทุกคนอาจไม่เท่ากัน จึงขอให้ทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกัน ขออย่าไปทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะประเทศชาติต้องการความสงบเรียบร้อย ความราบรื่น ไม่อยากให้จุดเล็กๆเพียงจุดเดียวสร้างปมด่างให้เกิดขึ้นในช่วงนี้ พร้อมกันนี้ตนยังได้สังการให้ กกล.รส.อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้เกิดความสะดวกสบายมากที่สุด ดังนั้นขณะนี้ทุกคนต้องช่วยกันทุกอย่าง โดยมีกองอำนวยการร่วมเป็นจุดประสานงาน
รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีงานพระราชพิธี ว่า การท่องเที่ยวยังเป็นไปอย่างปกติ แต่ในช่วงเวลาขอความร่วมมืองดความบันเทิง การร้องรำทำเพลงต่างๆ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลา 30 วันนี้ ซึ่งการท่องเที่ยวของมีหลายทั้งด้านทั้งสุขภาพ วัฒนธรรม เป็นต้น ซึ่งการท่องเที่ยวเหล่านี้ยังต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่ปกติ โดยกรมท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดเตรียมผ้าดำทำริบบิ้นไปไว้ที่สนามบินให้นักท่องเที่ยวสามารถหยิบไปติด เพื่อถวายความอาลัยได้ ยืนยันว่าการท่องเที่ยวยังเป็นไปตามปกติ ขอให้เว้นมหรสรพเพียงเท่านั้น และในวันที่ 21 ตุลาคมนี้จะมีการประชุมวัฒนธรรม จะมาหารือในรายละเอียดการจัดงานประเพณี เช่น งานวันลอยกระทง จะสามารถทำได้ในระดับใด เบื้องต้นยังสามารถลอยกระทงได้ เพราะยังเป็นประเพณี เพื่อขอขมาพระแม่คงคา แต่คงต้องงดการประกวดนางนพมาศ
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในช่วงเวลานี้รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับงานพระราชพิธี หลังผ่านช่วงครบ 7 วัน 15 วันจะค่อยๆเป็นไปตามปกติ นักท่องเที่ยวยังเดินทางได้ปกติและได้ประสานไปทางเอเจนซี่ทั่วโลกว่ากิจการท่องเที่ยวยังดำเนินการได้ โดยขอให้งดกิจกรรมรื่นเริงไปก่อน เช่น เทศกาลฟูลมูนปาร์ตี้ เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์ในประเทศเรา เข้าใจเรื่องการแต่งกายเพื่อไว้อาลัยและมั่นใจสถานการณ์ในประเทศของเรา
“ช่วงนี้นักท่องเที่ยวลดลงเป็นเรื่องธรรมดา แต่เราไม่กังวลตรงนั้น เพราะถือว่าเรามุ่งเน้นไปที่การถวายความอาลัย เพื่อน้องรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เราได้สื่อสารไปถึงการท่องเที่ยวและกระทรวงต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจซึ่งทุกอย่างก็ไหลไปตามระบบ การร่วมไว้ทุกข์หรือเสียใจแม้จะยังมีอยู่แต่การดำเนินงานของภาครัฐและเอกชนก็ยังคงต้องดำเนินควบคู่กันต่อไป ส่วนที่มีการโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่ามาประเทศไทยแล้วไม่ได้เที่ยวนั้น เป็นเพียงจุดเล็กๆและคนเขียนก็ไม่รู้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวหรือไม่ สังคมโซเซียลก็เล่นกันไป แต่ถ้าสงสัยขอให้มาถามจากรัฐบาลที่เป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูล ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นผู้ให้ข้อมูลต่างๆ โดยที่ศูนย์ของจังหวัดได้ประสานทำความเข้าใจขอความร่วมมือว่าในช่วงเวลา 30 วันควรเป็นช่วงของเราถวายความอาลัย หลังจากนั้นกิจกรรมการจัดงานสัมมนาวิชาการหรือการท่องเที่ยวเชิงกีฬาก็ยังจัดได้ตามปกติ” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

