“วันชัย” ชี้ “ฝ่ายค้าน” เลื่อนยื่นญัตติแค่กลลวง เชื่อ ชิงยื่นซักฟอกเร็ว บล็อก “ประยุทธ์” ยุบสภา ประเมินเกมรัฐบาลไม่กลัวอภิปราย แต่กังวลเสียงหนุน เตือน ระวังพรรคใหญ่เล่นบทวีรบุรุษ ล้มเก้าอี้นายกฯ
เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านมีท่าทีจะเลื่อนยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จากเดิมที่ประกาศจะยื่นทันทีเมื่อสภาฯ เปิดสมัยประชุม วันที่ 23 พฤษภาคม ว่า เชื่อว่ามีนัยทางการเมืองและต้องการชิงไหวชิงพริบในเกมทางการเมือง เพราะท่าทีของฝ่ายค้านไม่ต้องการให้รัฐบาลรู้ความเคลื่อนไหวว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อใด เนื่องจากกังวลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจชิงยุบสภาก่อนหน้าได้
นายวันชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีกระแสประเมิน ในกรณีที่ฝ่ายค้านอยากให้รัฐสภาทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับให้แล้วเสร็จก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะหากร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ใช้เลือกตั้งไม่เสร็จ เกิดการยุบสภา ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร อาจเกิดปัญหาวิกฤตทางกฎหมายได้ ขณะเดียวกันรัฐบาลปัจจุบันจะอยู่เป็นรัฐบาลรักษาการยาวนาน เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่กล้าจัดการเลือกตั้ง
“ผมเชื่อว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติเร็ว เพื่อบล็อกไม่ให้นายกฯ ชิงยุบสภา อีกทั้งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ มีเวลาทำให้แล้วเสร็จ ส่วนที่บอกว่าจะไม่ยื่นทันทีเป็นเกมลวงซึ่งกันและกัน เพื่อไม่ให้รัฐบาลรู้ตัว ตั้งตัวยุบสภาก่อนไม่ทัน ขณะเดียวกันฝ่ายรัฐบาลต้องประเมินท่าทีว่า เสียงสนับสนุนในสภาฯ เพียงพอหรือไม่ เพราะการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ รัฐบาลไม่กลัวข้อมูลของฝ่ายค้านหรือประเด็นอภิปราย แต่ผมมองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ รัฐบาลวิตกกังวลต่อเสียงสนับสนุนในสภาฯ หากรัฐบาลเช็กแล้วเสียงสนับสนุนไม่พอ อาจใช้ประเด็นความขัดแย้งในสภาฯ ยุบสภาได้ก่อน” นายวันชัย กล่าว
นายวันชัย กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้ เชื่อว่านักการเมืองมีความพยายามชิงความได้เปรียบทางการเมือง และอาจใช้จังหวะอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี สร้างสถานการณ์วีรบุรุษเพื่อเรียกคะแนนเสียงการเมืองก่อนจะมีการเลือกตั้ง เพราะการเมืองซึ่งเป็นเรื่องอำนาจ ย่อมหวังประโยชน์ และได้อำนาจหลังการเลือกตั้งครั้งใหม่ มากกว่าอำนาจปัจจุบันที่เชื่อว่าจะอยู่ได้อีก 7-8 เดือน สำหรับสถานการณ์สร้างวีรบุรุษนั้น อาจเกิดขึ้นได้ทั้งแนวทางพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวหรือการลงมติไม่ไว้วางใจ เพราะนักการเมืองต้องประเมินตัวเองว่า หากกอดคอกันไปจะไปไหวหรือไม่ หรือต้องใช้สถานการณ์เพื่อสร้างวีรบุรุษ โดยต้องยอมรับว่าเสียงในสภาฯ ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านมีระยะห่างแค่ 10-20 เสียงเท่านั้น โดยมีกลุ่มตัวแปรคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาฯ พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.)
เมื่อถามถึง โอกาสที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะใช้จังหวะนี้ล้มเก้าอี้นายกฯ ด้วยได้หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า เสียงในพรรค พปชร.ยังไม่ปึ้ก แบบ 100% เพราะคนมองไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า หากกอดคอร่วมกัน แต่วิสัยไม่ได้เป็นรัฐบาล อาจใช้สถานการณ์สร้างวีรบุรุษหรือพระเอกทางการเมืองได้ เช่นเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ทั้งนี้ ดวงเมืองและสถานการณ์ทางการเมืองช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในเรื่องของตัวผู้นำ ผู้ปกครอง รัฐธรรมนูญ พระสงฆ์ โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่อาจกลายเป็นวิกฤตกฎหมายได้ เช่น การเสนอปิดสวิตช์ส.ว. การแก้ไขกฎหมายลูก เป็นต้น
เมื่อถามว่า ดวงของพล.อ.ประยุทธ์ก็เอาไม่อยู่ใช่หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า อย่าเอาคำถามดังกล่าว เป็นคำตอบของตน แต่ดวงเมืองนั้นระบุว่าเป็นจังหวะที่ผู้มีอำนาจต้องเปลี่ยนแปลงตัวผู้มีอำนาจ เกิดวิกฤตการเมือง แต่ไม่ถึงขั้นรัฐประหาร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงระดับผู้นำ เกิดขึ้นได้ทั้งยุบสภาหรือลาออก

