หน้าแรก การเมือง บทนำ : บาดแผล...

บทนำ : บาดแผลการเมือง

13.04.22 | 09:09 น.
บทนำ : บาดแผลการเมือง ในโอกาสครบรอบ 12 ปี การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

ในโอกาสครบรอบ 12 ปี การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อ 10 เม.ย.2553 ซึ่งมีการจัดงานรำลึกที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ ถนนราชดำเนิน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า กิจกรรมมีขึ้นเพื่อประกาศต่อสังคมว่า โศกนาฏกรรมนี้ยังไม่มีการชำระความจริง ยังไม่มีกระบวนการยุติธรรมดำเนินการกับคนทำความผิด ที่ใช้กำลังปราบปรามประชาชน ให้มารับผิดชอบตามกฎหมาย เราไม่มีเจตนาตอกลิ่มความขัดแย้ง หรือมีเงื่อนไข หรือเติมเงื่อนไขความแตกแยกในสังคมให้ลุกลามบานปลาย ต้องการรักษาแผลเก่า ไม่ให้เป็นแผลอักเสบเรื้อรังของสังคม

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หากไม่มีความยุติธรรมให้ประชาชน จะเป็นหลักประกันให้ผู้มีอำนาจว่า จะใช้กำลังปราบปรามประชาชนได้อีกในอนาคต เพราะมีตัวอย่างที่ลอยนวลและหลีกหนีความผิดได้ ความขัดแย้งของสังคมไทยมากขึ้นทุกวัน ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ในอนาคตอาจจะมีการเคลื่อนไหวของประชาชนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก อาจเกิดเหตุการณ์แบบวันที่ 10 เม.ย.2553 ได้อีกตราบที่ฝ่ายรัฐเชื่อว่าทำแล้วไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เวลานี้เป็นช่วงการต่อสู้ของหนุ่มสาว ที่อาจจะเป็นลูกหลานของพวกท่านจึงต้องมาตอกย้ำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ให้ถูกกระทำโดยรัฐอีก คนทำผิดต้องรับผิดชอบตลอด 12 ปี แกนนำประชาชนถูกจับกุมคุมขังถึงปัจจุบัน แต่ฝ่ายรัฐที่เป็นคู่กรณีไม่มีใครถูกดำเนินคดีแม้แต่คนเดียว

สำหรับการเอาผิดกับผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ หากติดตามข่าวสารจะพบว่าเป็นไปดังที่นายณัฐวุฒิกล่าวว่าเหมือนพายเรือในอ่าง แต่อะไรที่เป็นช่องทางให้คดีเดินหน้าก็จะทำต่อโดยไม่สิ้นความหวัง ในหลายประเทศไม่ว่าคดีจะผ่านไป 10 หรือ 20 ปี เมื่ออำนาจเปลี่ยน ความยุติธรรมจะมาถึง ในหลายประเทศผู้นำวัย 80 ปี ยังถูกคุมขังได้ ในบางประเทศคนรุ่นต่อไปลุกขึ้นมาสู้เพื่อคนรุ่นก่อน คดีมีอายุความ 20 ปี ยังเหลือเวลา 8 ปี และเชื่อว่าเหตุที่ผู้มีอำนาจดึงดันอยู่ในอำนาจ เพราะอายุความในคดีนี้ด้วย และอาจเป็นด้วยเหตุนี้ ความปรองดองจึงยังไม่เกิดในสังคมไทย ความแตกร้าวต่างๆ เป็นเรื่องต้องปล่อยให้เวลาเป็นผู้เยียวยา ซึ่งจะเห็นว่ารอยร้าวเหล่านี้ยังอยู่ และพร้อมจะปะทุขึ้นมาอีกในฐานะเครื่องมือแสวงอำนาจของกลุ่มอำนาจบางกลุ่ม