‘กมธ.สิทธิมนุษยชน ส.ว.’ เดินหน้าสางคดี ‘แตงโม’ ต่อ เน้นความเป็นธรรม-ไม่บิดเบือน

12.04.22 | 12:00 น.

“กมธ.สิทธิมนุษยชน ส.ว.” เดินหน้าสางคดี “แตงโม” ต่อ เน้นความเป็นธรรม-ไม่บิดเบือน เชื่อหากอัยการติดตามร่วมตำรวจ จะไม่มีปัญหา สงสัยร่างพ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญาถูกดอง ทั้งที่ กฤษฎีกาตรวจแล้วตั้งแต่ 61

เมื่อวันที่ 12 เมษายน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เปิดเผยว่า มติของที่ประชุม กมธ. เมื่อวันที่ 11 เมษายน จะติดตามและสอบหาข้อเท็จจริงต่อการทำคดีของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ซึ่งเสียชีวิตจากการพลัดตกเรือสปีดโบ๊ทกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ตามกรอบของรัฐธรรมนูญ โดยไม่ก้าวก่าย หรือแทรกแซงการทำคดีของเจ้าหน้าที่ ซึ่งตามข้อบังคับวุฒิสภา กมธ.สามารถทำได้

นายสมชาย กล่าวต่อว่า โดยเบื้องต้น กมธ.จะติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นอย่างไร สำนวนของคดี การส่งเรื่องไปอัยการ รวมถึงความเป็นธรรม การอำนวยความยุติธรรมที่ไม่บิดเบือน เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีที่กลุ่มประชาชนคนไทยยื่นเรื่องให้กมธ.นั้น กมธ.มีมติส่งต่อเรื่องไปยังตำรวจเจ้าของคดีและอัยการนนทบุรี เพื่อให้ตรวจสอบว่าก่อนสรุปสำนวนได้ดำเนินการอย่างรัดกุม รอบคอบ ไม่ตกหล่นหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่ใช่ข้อสั่งการของกมธ. ที่มีผลบังคับให้ทำ แต่เป็นเพียงข้อสังเกตเพื่อให้การทำงานรอบคอบ

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า จากการติดตามเรื่องดังกล่าว ทำให้กมธ.ตรวจสอบพบว่างานด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด นอกจากต้องตราร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติแล้ว ยังต้องมีการร่างกฎหมายสำคัญอีก 1 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.การสอบสวนคดีอาญา และจากการตรวจสอบพบว่า ถูกยกร่างและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามหมายเลข 1788/2561 เมื่อปี 2561 แต่ปัจจุบันไม่ทราบว่าเรื่องค้างอยู่ที่ส่วนราชการใด

“ร่างพ.ร.บ.สอบสวนคดีอาญา มีความสำคัญเพราะตามเหตุผล คือ ให้การสอบสวนคดีอาญามีการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการที่เหมาะสม โดยมีหลักเกณฑ์ คือ เป็นคดีสำคัญ มีโทษ 10 ปีขึ้นไป หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอัยการพิจารณาตามประกาศกำหนด หากร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลจะทำให้อัยการมีส่วนร่วมการทำคดีตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อประชาชนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และหากคดีของน.ส.นิดามีกระบวนการดังกล่าวจะไม่มีปัญหา” นายสมชายกล่าว

นายสมชาย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ กมธ. ได้มอบหมายให้อนุกมธ.ติดตามเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนเห็นว่าเมื่อสภาเปิดสมัยประชุมเดือนพฤษภาคมนี้ รัฐบาลควรส่งร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อให้การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมมีความชัดเจน

Advertisement