คําพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา ในการตัดสินว่า น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
กระทำผิด “มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ในข้อ 3 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง”
ในความผิดจากกรณีครอบครองที่ดินป่าสงวนโดยมิชอบ โดยบทลงโทษจากการฝ่าฝืน
มาตรฐานจริยธรรมฯ ส่งผลให้ น.ส.ปารีณาถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง 10 ปี และห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการถูกประหารชีวิตทางการเมือง
กรณีการถูกลงโทษตามมาตรฐานจริยธรรมฯ ของ น.ส.ปารีณา ถือเป็นบรรทัดฐาน หรือจะเป็นมาตรฐานใหม่ในทางการเมือง ตามที่แต่ละฝ่ายจะให้คำจำกัดความ
แต่บทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตทางการเมือง ตามมาตรฐานจริยธรรมฯ ที่มีสารตั้งต้นมาจากรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 ที่ให้ฉายากันว่า “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง”
โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 วรรคสอง ระบุไว้ว่า “ในการจัดทํามาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง ให้รับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย และเมื่อประกาศใช้บังคับแล้วให้ใช้บังคับแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีด้วย แต่ไม่ห้ามสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะรัฐมนตรีที่จะกําหนดจริยธรรมเพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานทางจริยธรรมตามวรรคหนึ่ง และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”
นำมาซึ่งข้อถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งแวดวงนักวิชาการ นักกฎหมาย ตลอดจนนักการเมือง ว่ามีความรุนแรงเกินไป และเหมาะสมในขั้นตอนบังคับใช้หรือไม่
แต่เมื่อทุกอย่างเดินหน้ามาถึงขั้นมีผลบังคับใช้ในทางกฎหมายแล้ว ทุกหน่วยงาน องค์กร ที่อยู่ภายใต้บทบัญญัติของมาตรฐานจริยธรรมฯ ย่อมต้องพึงยึดถือปฏิบัติ
ทั้งผู้บังคับใช้ และผู้ถูกบังคับใช้ มาตรฐานจริยธรรมฯ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
ที่หนาวๆ ร้อนๆ คือ ส.ส.อีก 18 คน ไล่เรียงรายชื่อ มีทั้ง “บิ๊กเนม” และ “คีย์แมน”
ส.ส.หน้าใหม่ ส.ส.เก่าหลายสมัย กระจายเกือบทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) รวมทั้งข้าราชการบางท่าน ที่ถือครองที่ดิน ส.ป.ก. และ ภ.บ.ท.5 และยังมีกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบเองจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินของผู้ทรงเกียรติ ตัวเลขกลมๆ อยู่ที่ 62 คนอันเป็นกรณีเดียวกันกับที่ น.ส.ปารีณา ถูกตรวจสอบและถูกตัดสินไปแล้ว
โดย นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุถึงแนวทางการตรวจสอบการถือครองที่ดินของ ส.ส. และ ส.ว.ในขณะนี้ว่า กำลังตรวจสอบรวมทั้งหมด 62 คน มาจากการตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน และผู้ที่ร้องเรียนเข้ามาใหม่ ทั้งนี้ การตรวจสอบยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ส่วนจะถูกกล่าวหาเหมือนกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรีหรือไม่ ต้องดูในรายละเอียดการครอบครองที่ดิน และดูคำพิพากษาของศาลฎีกามาประกอบด้วย แต่ละคนอาจจะมีฐานความผิดไม่เหมือนกัน พิจารณาเป็นรายๆ ไป และดูเจตนาในการครอบครองที่ดินด้วย
บทสรุปแห่งคดีของผู้ทรงเกียรติดังกล่าวจะมีบรรทัดฐานเดียวกัน เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส.ปารีณาหรือไม่ ย่อมเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบ
ตามหลักฐาน ข้อเท็จจริงแห่งคดี ให้เกิดบรรทัดฐาน และการยอมรับ
ของผู้ที่ถูกตรวจสอบ รวมทั้งสังคมที่เฝ้ามองในกรณีดังกล่าว อย่างสิ้นข้อสงสัย
จตุรงค์ ปทุมานนท์

