ช่วงนี้หลายคนคง “ไม่รอด” ติดโควิดสายพันธุ์โอมิครอน สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้เร็ว
ส่วนใครที่ยังไม่ติด ก็คงเจอสภาพไม่แตกต่างกันคือ คนใกล้ชิดติดโควิดใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้จะมาถึงตัวเมื่อไหร่
โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ผู้คนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ จำนวนมาก
จึงเกิดความสุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อได้ง่าย แม้ว่าอาการจะไม่รุนแรง
แต่ถ้าเลือกได้ก็ควรป้องกันอย่างเต็มที่ ไม่ติดเชื้อโควิดก็จะดีที่สุด
เหมือนกับที่ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำว่า “ผู้ติดเชื้อแล้ว ก็ติดเชื้อซ้ำได้ อย่างที่เกิดขึ้นในหลายๆ กรณี เป็นเรื่องปกติ เพราะไวรัสมีการกลายพันธุ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเราจำหน้าตาไม่ได้ ก็สามารถติดเชื้อใหม่ได้”
“เพียงแต่ว่าหากเราฉีดวัคซีนและมีการติดเชื้อแล้วไม่รุนแรง ก็ไม่น่ากังวล หากมองอีกมุมหนึ่งคือก็จะเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ย้ำว่าการป้องกันไม่ให้ตัวเองติดเชื้อเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเรื่องของลองโควิด เป็นเรื่องที่เรามีข้อมูลชัดเจนว่าเกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นกว่า 50 อาการ เป็นภาวะทางกาย เกิดการอักเสบต่อเนื่องในผู้ป่วยบางราย ยังไม่มีใครรู้ว่าจะมีผลระยะยาวนานแค่ไหน”
“ลองโควิดยังเป็นเครื่องหมายคำถามที่ทั่วโลกติดตามอยู่ นี่จึงเป็นสิ่งที่เราต้องระวัง ดูแลไม่ให้ตัวเองติดเชื้อ บางคนมีเรื่องสมองตื้อ สมองไม่เฉียบเหมือนเดิม ฉะนั้น ดีที่สุดคือป้องกันอย่าให้ติดเชื้อ” ศ.นพ.ประสิทธิ์เตือนเอาไว้
กรมการแพทย์ ได้ให้คำอธิบายล่าสุดสำหรับภาวะลองโควิด (Long Covid) เป็นอาการที่เกิดขึ้นใหม่ หรือต่อเนื่องภายหลังการติดเชื้อโควิด ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ อาจมีอาการอยู่นานอย่างน้อย 2 เดือน อาการพบบ่อยมีถึง 6 ระบบ
1.ระบบประสาท พบได้ 27.33% ได้แก่ อ่อนแรงเฉพาะที่เฉียบพลัน ปวดศีรษะ มึนศีรษะ หลงลืม กล้ามเนื้อลีบ
2.ระบบทางจิตใจ พบได้ 32.1% ได้แก่ นอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า
3.ระบบหัวใจและหลอดเลือด พบได้ 22.86% ได้แก่เจ็บหน้าอก ใจสั่น
4.ระบบทางเดินหายใจ พบได้ 44.38% ได้แก่ หอบเหนื่อย ไอเรื้อรัง
5.ระบบผิวหนัง พบได้ 22.8% ได้แก่ ผมร่วง ผื่นแพ้
6.ระบบทั่วไป พบได้ 23.41% ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อ
อย่างไรก็ตาม อาการผิดปกติดังกล่าวส่วนใหญ่หายได้เอง หากผู้ป่วยมีอาการต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน ควรพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน
แต่ที่สำคัญกว่านั้น เราไม่รู้ว่าภาวะลองโควิด จะมีผลกับการใช้ชีวิตในระยะยาวแค่ไหน เพราะถือว่ายังเป็นเรื่องใหม่มากในขณะนี้
ดังนั้น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พยายามดำเนินการตามที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขออกมาตรการแนะนำ ขณะเดินทางเข้มงวดมาตรการ ยูนิเวอร์แซล พรีเวนชั่น (Universal Prevention) ด้วยการใส่หน้ากาก และไม่ไปที่แออัด และต้องระมัดระวังการร่วมกิจกรรมช่วงสงกรานต์กับที่บ้าน
ถึงแม้จะไม่มีการจัดกิจกรรมในที่สาธารณะแล้ว แต่การจัดกิจกรรมในครอบครัวยังมีเรื่องต้องระวัง
หากครอบครัวใดจะจัดกิจกรรม สธ.แนะแนวทางการจัดกิจกรรมในครอบครัว ได้แก่ จัดกิจกรรมที่โล่ง ระบายอากาศได้ดี สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ผู้สูงอายุควรได้รับวัคซีนให้ครบ
งดรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน
ดังนั้น เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์นี้ เป็นเทศกาลแห่งความสุข ได้กลับไปเจอคนที่เรารักที่บ้านอย่างมีความสุข
ทุกคนจึงต้องช่วยกันหาทางป้องกันคนละไม้คนละมือ ทั้งตัวเองและคนรอบข้าง
“การ์ดอย่าตก” อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากสม่ำเสมอ
ไม่เช่นนั้นเทศกาลสงกรานต์ จะกลายเป็นเทศกาลแห่งการแพร่ระบาดของโควิด เป็นเทศกาลของหายนะของใครหลายคน
แล้วจะมาเสียใจกันภายหลัง
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

