‘บิ๊กตู่’ ห่วงเงินเฟ้อ เตือน ครม.คาดเศรษฐกิจติดลบ สั่งตรึงสินค้า 18 หมวด ไฟฟ้าต้องไม่ดับ คน.ยังไม่ให้ปุ๋ยขึ้นราคา-จ่อนำเข้า
เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้เน้นย้ำในที่ประชุม ครม.เรื่องราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น สืบเนื่องมาจากสถานการณ์โลกด้วยที่ควบคุมได้ยาก ปัจจัยความขัดแย้งระหว่างกันคาดว่าอาจจะยังไม่ยุติโดยเร็ว ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะน้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย อาหารสัตว์ และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ เป็นห่วงตรงนี้ เข้าใจดีถึงประชาชนเดือดร้อน เดิมเราเคยหารายได้ได้เท่านี้ แล้วใช้จ่ายเรื่องอุปโภคบริโภคไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็อยู่ได้ แต่เมื่อวันนี้ราคาสินค้าแพงขึ้น รายจ่ายจึงมากขึ้น พยายามหามาตรการมารองรับตรงนี้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะคงทราบดีถึงปัญหาเรื่องงบประมาณต้องทำหลายอย่างด้วยกัน ข้อสำคัญเราไปหยุดยั้งเรื่องการลงทุนของภาครัฐไม่ได้มากนัก เนื่องจากเป็นโครงสร้างสำคัญให้ทุกคนได้ทำประโยชน์
“สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเกษตรกร จะมีผลกระทบเป็นห่วงโซ่ไปถึงผู้ประกอบการ สุดท้ายจะกลับมาที่ผู้บริโภค ได้ให้ทุกกระทรวงแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว หลักการสำคัญคือสินค้าต้องไม่ขาดตลาด ไฟฟ้าไม่ดับ ราคาต้องไม่สูง ต้องไม่มีการปรับราคาของสินค้าควบคุมทั้งหมด 18 หมวด ส่วนเรื่องช่องทางการส่งออก การส่งผลไม้และสินค้าไปประเทศจีนล่าช้านั้น ขณะนี้กำลังแก้ปัญหาเร่งด่วน” นายกฯกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุม ครม.ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พล.อ.ประยุทธ์แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ คาดว่าเศรษฐกิจจะติดลบ เพราะสถานการณ์ระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะยืดเยื้อ เบื้องต้นรัฐบาลมีมาตรการดูแลเรื่องของพลังงานในเดือนเมษายน ยกเว้นดีเซลพรีเมียม ดังนั้น จึงขอให้ทุกคนปรับตัวเรื่องของการใช้จ่าย เพราะงบประมาณมีจำกัด แต่ยังมีน่ายินดีที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
ขณะที่ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าพิจารณาราคาปุ๋ยตามที่บริษัทผู้ผลิตและนำเข้าปุ๋ย 2 บริษัทยื่นขอปรับราคาเข้ามาก่อนหน้านี้ว่า ยังไม่ได้อนุมัติให้ปรับราคา อยู่ระหว่างตรวจสอบต้นทุนเก่าและสต๊อกสินค้า แม้ระบุว่าการนำเข้าต้นทุนสูงขึ้น 3 เท่าตัว รวมถึงพูดคุยกับเอกชนนั้นๆ พร้อมกับเร่งเจรจาการนำเข้าปุ๋ยจากแหล่งใหม่ๆ เข้ามาโดยเร็วที่สุด ยึดการพิจารณาตามข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันต้องไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรหรือกระทบให้น้อยที่สุด

