“วิษณุ” เตือน ส.ส.ถือเป็นวีไอพี ประพฤติให้ดี ระวังมาตรฐานจริยธรรมตาม รธน.
เสียงวิพากษ์วิจารณ์โทษฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงของนักการเมืองที่รุนแรงเกินไปกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลฎีกาพิพากษาตัดสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิตเหมือนการประหารชีวิตทางการเมืองนั้น
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีดังกล่าวว่า ขอไม่วิจารณ์ แล้วแต่จะพูดจะเรียกกันไป ดังนั้น ประพฤติให้ดี อย่าให้เป็นการล่วงเกินจริยธรรม แต่เห็นใจ น.ส.ปารีณา เพราะเป็นกรณีแรก ส่วนคนที่มาทีหลังอาจจะได้ประโยชน์คือเรียนรู้และเห็นตัวอย่าง ส่วนเจตนาเรื่องการนำจริยธรรมมาใช้จะเป็นการควบคุมนักการเมืองหรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญบอกว่าให้องค์กรอิสระประชุมและตกลงกันทำมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เมื่อทำเสร็จแล้วให้ทำความเห็นส่งไปถาม ส.ส., ส.ว.และ ครม. เมื่อประกาศใช้จะมีผลกับ ส.ส., ส.ว., ครม. และองค์กรอิสระ แต่ไม่ได้ใช้กับข้าราชการ เพราะให้ไปจัดทำประมวลจริยธรรมของตัวเอง
กรณีนี้ประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทำขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ได้มีการไปขอความเห็น โดย ครม.ได้ติไปเยอะ เขายอมแก้ไขให้ เมื่อทำเสร็จจึงประกาศใช้ ซึ่ง น.ส.ปารีณาโดนความผิดตามมาตรฐานจริยธรรมนี้ เป็นคนละมาตรฐานกับที่ใช้กับข้าราชการ ตนเป็นประธานกรรมการมาตรฐานจริยธรรมตาม พ.ร.บ. มาตรฐานจริยธรรมดูแลเรื่องจริยธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐธรรมดาๆ ที่มีซีต่ำ ส่วน ส.ส.ถือเป็นวีไอพี ใช้มาตรฐานตามรัฐธรรมนูญ
“มาตรฐานจริยธรรมไม่ได้บอกว่าจะนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้ง 10 ปี เพียงแต่กำหนดว่าต้องมีมาตรฐานจริยธรรมที่กำหนดไว้ แต่ศาลไปหยิบว่าเมื่อมีมาตรฐานแบบนี้ก็มีเรื่องคุณสมบัติของ ส.ส. ที่เขียนว่า ต้องเป็นผู้ที่ไม่บกพร่องในเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรม จึงไปกระทบกับเรื่องคุณสมบัติ แล้วทำให้ ป.ป.ช.เอามาใช้ จึงเห็นได้ว่าตอนที่ศาลตัดสิน ได้อ้างสารพัด ทั้งมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ป.ป.ช. รัฐธรรมนูญมาประกอบกัน เพื่อนำไปสู่การลงโทษ ถือว่าเป็นกระบวนการใหม่ที่เกิดขึ้น และเป็นบรรทัดฐาน ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังไว้” นายวิษณุกล่าว

