‘ปริญญ์’ แถลงลาออก ทุกตำแหน่งในปชป. ขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

14.04.22 | 15:12 น.

 ‘ปริญญ์’ แถลงลาออก ทุกตำแหน่งในปชป. ขอเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

จากกรณี ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า มีรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ลวนลามสาว พร้อมยังบอกใบ้ในคอมเมนต์ ทำเอาชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์กันในเรื่องดังกล่าวอย่างหนัก กระทั่ง นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด 15.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอลาออกทุกตำแหน่ง เพื่อพิสูจน์ความจริง และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อพรรค

นายปริญญ์กล่าวว่า รู้สึกช็อกและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เพราะว่า หลายข้อที่กล่าวหามาทั้งหมด ขอปฏิเสธ หลายคนที่รู้จักตน ก็จะรู้ดีกว่าตนไม่ใช่คนอย่างนั้น และเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ ข้อกล่าวหานี้เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวโดยตรง ทั้งนี้ กับการทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ในทุกตำแหน่ง ต้องตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเข้าไปชี้แจงข้อเท็จจริง และไม่อยากกระทบงานของพรรค จึงขอลาออกทุกตำแหน่งของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความจริง

นายปริญญ์กล่าวต่อว่า ช็อกและตกใจ จากใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะมีข้อกล่าวหาเช่นนี้ ไม่ใช่คนแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็รักลูกตัวเอง ก็เป็นห่วงเป็นใย เป็นเรื่องที่ตนต้องไปชี้แจง ไม่อยากจะมองเรื่องฟ้องกลับตอนนี้ แต่ขอให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำงาน ต้องขอนำรายละเอียดไปพูดกับเจ้าหน้าที่เพื่อความเป็นธรรม ยืนยันว่า ทุกข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง และพร้อมพิสูจน์ ไม่อยากมองเป็นเรื่องการเมือง

Advertisement

เมื่อถามว่า ผู้ใหญ่ในพรรคให้คำแนะนำอย่างไร นายปริญญ์กล่าวว่า จริงๆ ท่านเคารพในการตัดสินใจ คิดว่าต้องรับผิดชอบหน้าที่การงาน ถามว่าอยากทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมไหม ก็อยาก แต่ต้องรับผิดชอบต่อภาพลักษณ์ของพรรค ผู้ใหญ่ก็รับทราบ ตัดสินใจเองตั้งแต่วานนี้ ส่วนหัวหน้าพรรคท่านก็เคารพในการตัดสินใจ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว ท่านไม่ได้ให้คำแนะนำอะไร

นายปริญญ์กล่าวถึงกรณีติดต่อเข้าไปหาแม่ของหญิงวัย 18 ปีนั้นว่า คุยกับแม่เพื่อทำความเข้าใจกัน แสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หนีปัญหา แจงที่มีคนมากล่าวหา ก็ยินดีถ้าจะพบปะพูดคุย แต่ไม่มีอะไรต้องซ่อน ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขอไปให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย จริงๆ สถานที่เกิดเหตุไม่ใช่โรงแรม เป็นร้านอาหารเปิด เวลา 5 โมงเย็น คนแน่นร้าน

“เชื่อว่าความจริงจะปรากฏตอนที่ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ หากพูดออกสื่อ จะกลายเป็นว่าไม่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ข้อกล่าวหาไม่ใช่ความจริง พร้อมที่จะให้การ และขออนุญาตให้การกับเจ้าหน้าที่ในการพูดความจริงทั้งหมด เชื่อว่าความจริงจะปรากฏแม้จะต้องใช้เวลา” นายปริญญ์กล่าว

นายปริญญ์ทิ้งท้ายว่า “ผมไม่ได้ทำตามข้อกล่าวหาในโซเชียล ต้องให้ความเป็นธรรม ขออนุญาตให้การในชั้นศาล” ก่อนเดินออกไป