สถานีคิดเลขที่ 12 : ข่าวดังหลังสงกรานต์ โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน
สงกรานต์กำลังจะผ่านพ้นไปอย่างกร่อยๆ ด้วยสถานการณ์โควิด ทำให้ยังเฉลิมฉลองไม่ได้มากมาย เต็มไปด้วยข้อห้าม และทุกคนก็จำเป็นต้องระมัดระวังตัวเอง แถมด้วยวิกฤตน้ำมันแพง ขับรถราออกเที่ยวอาจถึงขั้นหมดตัว ต้องเขียมกันสุดขีด
หลังพ้นเทศกาลนี้ไป ต้นสัปดาห์หน้า ตำรวจนัดหมายจะแถลงผลสรุป คดีดาราแตงโม ที่ตกเรือจมน้ำเสียชีวิต คงจะเป็นข่าวใหญ่อีกรอบ
เนื่องจากเป็นคดีที่ผู้คนทั้งสังคมสนใจอย่างมาก ทั้งมีแฟนคลับคนรักใคร่แตงโมจำนวนมาก
ผลการแถลงสรุปคดี น่าจะนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์อื้ออึงกระหึ่มเมือง
น่าเชื่อว่าข้อสรุปคดีของตำรวจ คงขัดใจคนดู เพราะคนในสังคมเชื่อกันไปแล้วอีกทาง
แน่นอนว่า กระแสในโซเชียล การขุดค้นของนักสืบโซเชียลเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุนรับฟัง คนในสังคมย่อมสามารถตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐได้
สังคมต้องมีเสรีภาพ ในการคิด พูด หรือสงสัย
แต่ก็จำเป็นต้องมีจิตใจหนักแน่น เปิดกว้างรับฟังรอบด้าน แล้วเอามาตัดสินใจ อย่าตัดสินไปล่วงหน้าด้วยอารมณ์หรืออคติ เมื่อฝ่ายตำรวจแถลงคดี ต้องดูว่ามีเหตุผลอธิบายได้หนักแน่นหรือไม่ พยานหลักฐานรับฟังได้หรือไม่
อย่างผลพิสูจน์ศพ ซึ่งมีพิสูจน์ซ้ำโดยหน่วยงานอื่น ไม่มีขัดแย้งกัน น่าจะมั่นใจได้แล้วว่าพิสูจน์แล้ว ไม่มีการตีศีรษะ กะโหลกไม่แตก ไม่เสียหาย ร่างกายไม่มีบอบช้ำ ไม่มีทุบตี ไม่มีการบีบคอ
อะไรเหล่านี้เป็นต้น
ในอดีตเคยมีหลายคดีใหญ่ที่กระแสคนในสังคมไปอีกทาง ตำรวจทำคดีไปอีกทาง โดยคนส่วนใหญ่ไม่มีใครเชื่อว่าตำรวจทำตรงไปตรงมา
เช่น คดีนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ทายาทตลาดยิ่งเจริญยิงตัวตาย เต็มไปด้วยเสียงวิจารณ์ว่าต้องฆาตกรรมแน่ๆ ขณะที่ตำรวจนครบาลสรุปว่าฆ่าตัวตาย
มีความเคลื่อนไหวกดดันจนกองปราบมาพลิกคดีเป็นฆาตกรรม จับนายนพดล ธรรมวัฒนะ ข้อหาฆ่าพี่ชาย สุดท้ายฝ่ายที่กล่าวหาว่าฆ่า ไม่สามารถหาพยานหลักฐานที่เป็นจริงมายืนยันได้เพียงพอ ศาลยกฟ้องทุกศาล
คดีฆ่านักท่องเที่ยวเกาะเต่า 2 ศพ กระแสโซเชียลเชื่อว่าตำรวจจับแพะ มีหมอคนดังที่เป็นตัวตั้งตัวตีในคดีนายห้างทอง ออกมาร่วมค้านตำรวจ ไปร่วมเบิกความในศาล
สุดท้าย 3 ศาลตัดสินว่า พยานหลักฐานฝ่ายตำรวจมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ รับฟังได้ว่าที่จับกุมมานั้น กระทำผิดจริง
บทเรียนคดีดังหลายคดี ต้องเรียนรู้ศึกษา อย่าไปเชื่อตามมุมมองของคนดังสีสันฉูดฉาด แล้วเชื่อตามนั้นเลย
ฟังให้รอบด้านแล้วคิดด้วยเหตุผล อีกทั้งการโต้แย้งตำรวจนั้นต้องนำไปสู่การค้นพบพยานหลักฐานมารองรับจริง ไม่ใช่แค่คิดเองแล้วโหมกระแสออกมาเอง พอไปศาลก็ไม่มีอะไรหักล้างได้
สำหรับคดีแตงโม ขณะนี้อยู่ในชั้นตำรวจ เมื่อสรุปสำนวนแล้วต้องส่งอัยการกลั่นกรอง
ถ้าพยานหลักฐานและแนวคดีตำรวจไม่ชัดเจนเพียงพอ เชื่อว่าต้องมีปัญหาในชั้นอัยการ แล้วสุดท้ายยังต้องผ่านอีก 3 ศาล
เป็นความจริงว่าตำรวจขาดความน่าเชื่อถือ บิดเบี้ยวคดีมากมาย แต่คดีดังๆ คดีใหญ่ๆ สังคมตรวจสอบมากๆ ทำให้ต้องทำคดีโดยมีพยานหลักฐานรองรับชัดเจน
เอาเป็นว่า เตรียมรับฟังด้วยใจเปิดกว้างว่า ตำรวจมีเหตุผลอธิบายได้ มีพยานหลักฐานน่ารับฟังเพียงพอหรือไม่
ในการสรุปว่าตายด้วยอุบัติเหตุบนความประมาทของผู้อื่น

