ไม่ว่ากรณีอันเกี่ยวกับ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ไม่ว่ากรณีอันเกี่ยวกับ นายสกลธี ภัททิยกุล ล้วนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯกทม.” ล้วนแยกไม่ออกไปจาก “ประชาธิปัตย์”
สัมพันธ์กับ “จริยธรรม” ในทางการเมือง สัมพันธ์กับกระบวนการใน”การเคลื่อนไหว”ทางการเมือง
เพียงแต่ในกรณีของ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ เน้นอย่างหนักแน่นไปในเรื่องของการคุกคามทางเพศ เพียงแต่ในกรณีของ นายสกลธี ภัททิยกุล เน้นอย่างหนักแน่นไปในเรื่องการจับตาย
คำถามมิได้อยู่ที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีท่าทีต่อกรณีของ นาย ปริญญ์ พานิชภักดิ์ ต่อกรณีของ นายสกลธี ภัททิยกุล อย่างไร ประ การเดียว หากยังเป็นคำถามต่อ”เจ้าตัว”อันเป็นเจ้าของเรื่องด้วย
กล่าวในทางสังคม ระหว่างจริยธรรมในด้าน”การคุกคามทาง เพศ” กับจริยธรรมในด้านการมุ่งร้ายหมายชีวิตถึงขั้นเสนอให้มี”การจับตาย”ต่อปรปักษ์ในทางการเมืองอะไรรุนแรง ร้ายกาจกว่า
เป็นคำถามต่อ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ต่อ นายสกลธี ภัททิยกุล และต่อพรรคประชาธิปัตย์โดยตรง
ในฐานะที่ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค และเพิ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง”ผู้ว่าฯกทม.”ของพรรคประชาธิปัตย์
ถามว่าผลสะเทือนอันอื้อฉาวเช่นนี้จะโยงไปยังคะแนนและความนิยมของ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือไม่
เช่นเดียวกับในกรณีของ นายสกลธี ภัททิยกุล เมื่อปรากฏหลัก ฐานอย่างแจ้งชัดถึงการ”แซะ”อย่างรุนแรงต่อชะตากรรมของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ คนกรุงเทพมหานครจะคิดอย่างไร
ในเมื่อต่อมา นายสกลธี ภัททิยกุล เปิดความสัมพันธ์กับคสช. กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทั่งได้บำเหน็จทางการเมือง
และวันนี้ก็อาสาเข้ามาเป็น”ผู้ว่าฯกทม.”ให้กับคนกรุงเทพฯ
ไม่ว่าจะมองจากมุมของศาสนา ไม่ว่าจะมองจากมุมของการเมือง
กรรมอันเป็นการกระทำของ นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมอันเป็น การกระทำของ นายสกลธี ภัททิยกุล ย่อมมีผลสะเทือน
คำถามในทางจริยธรรมจึงเป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ยากยิ่ง ที่จะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบได้พ้น
คำตอบจะอยู่ที่การตัดสินใจในวันอาทิตย์ 22 พฤษภาคม

