หมายเหตุ – นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้ถวายงานสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อดีตนายกรัฐมนตรี
นับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ตลอดเวลา และตระหนักถึงภาระหน้าที่สำคัญต้องปฏิบัติในภาวะที่ประเทศชาติในขณะนั้นต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง
หน้าที่สำคัญประการหนึ่งของนายกรัฐมนตรีในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข คือการเข้าถวายรายงานต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นธรรมเนียมสำคัญในการปกครองในระบบรัฐสภา ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การเข้าถวายรายงานตามหน้าที่ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นโอกาสอันดีและสำคัญที่จะได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยบางครั้งจะต้องถวายรายงานที่พระราชวังไกลกังวล บางครั้งก็ที่โรงพยาบาลศิริราช พระราชดำรัสของพระองค์ท่านถือเป็นสิ่งล้ำค่าในการปฏิบัติหน้าที่ของผมในฐานะนายกรัฐมนตรี
ทุกสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงถ่ายทอดเกี่ยวกับปัญหาสำคัญต่างๆ ของบ้านเมือง ล้วนแล้วแต่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน ตั้งแต่ปัญหาความมั่นคง เช่น ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในระดับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประชาชนในชนบท ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมซึ่งทรงสนพระทัยเป็นพิเศษ แม้กระทั่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พระองค์ท่านทรงติดตามตลอดเวลา ทำให้สิ่งที่ผมได้รับทุกครั้งคือ “ปัญญา” ในการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ
ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือการพระราชทาน “สติ” เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายและวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นมีความผันผวนสูง พระองค์ท่านทรงให้คำแนะนำที่อยู่บนพื้นฐานของหลักการที่ทำให้ผมมีความรอบคอบ ระมัดระวังในการแก้ไขและมองเห็นปัญหาต่างๆ ได้อย่างรอบด้านมากขึ้น
นอกจากนั้น การเข้าถวายรายงานทุกครั้งได้สัมผัสถึงพระเมตตาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ทรงรับสั่งถึงปัญหาทุกปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยพิบัติ ทั้งภัยแล้ง อุทกภัย ไปจนถึงปัญหาเศรษฐกิจ ทรงห่วงใยการถูกเอารัดเอาเปรียบของเกษตรกรและคนยากคนจน และในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่มีความรุนแรงมาก พระองค์ท่านได้ทรงแสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของประชาชนทุกคนตลอดเวลา
เหนือสิ่งอื่นใดในการเข้าเฝ้าฯถวายรายงานทุกครั้ง คือการได้รับความอบอุ่นจากพระองค์ท่านที่พระราชทานคำแนะนำ ข้อคิดต่างๆ ด้วยพระเมตตา สมดั่งที่พี่น้องประชาชนคนไทยรู้สึกมาตลอดว่าพระองค์ท่านคือ “พ่อของแผ่นดิน” กล่าวได้ว่าทุกครั้งหลังจากที่ผมได้เข้าเฝ้าฯถวายรายงาน ผมจะมีกำลังใจเพิ่มพูนอย่างมากในการที่จะทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ด้วยความขยันหมั่นเพียร เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตามรอยพระยุคลบาท
ผมเกิดมาในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 นับตั้งแต่เด็ก ได้เห็นพระองค์ท่านปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในท้องถิ่นทุรกันดารต่างๆ คลี่คลายวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในวันมหาวิปโยคปี พ.ศ.2516 และอีกครั้งเมื่อผมเริ่มต้นชีวิตทางการเมืองในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ.2535
การที่มีโอกาสได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาล และได้รับสติ ปัญญา ความเมตตาและความอบอุ่นอย่างหาที่เปรียบมิได้ ถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิต
ผมขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และขอตั้งปณิธานว่า จะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเต็มความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนตามพระราชประสงค์ตลอดไป
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี
วันที่ 13 ตุลาคม 2559 นาทีที่มีประกาศแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราช เป็นช่วงเวลาที่หัวใจชาวไทยเจ็บปวดและเศร้าโศกกับความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทย
ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ทำให้ดิฉันมีโอกาสได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทหลายครั้ง เพราะรัฐบาลดิฉันเข้ามาบริหารประเทศในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับมหาอุทกภัย ทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงห่วงใยราษฎรของพระองค์เป็นอย่างมาก ทรงหาแนวทางดูแลพสกนิกรของพระองค์ทั้งในเรื่องของภัยแล้งและอุทกภัย ทรงห่วงใยพสกนิกรตลอดเวลา และด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรที่กว้างไกลในการวางแผนบริหารจัดการน้ำผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ เช่น โครงการระบบกักเก็บน้ำฯ โครงการฝนหลวง โครงการฝายชะลอน้ำ และโครงการแก้มลิง เป็นต้น ทำให้คนไทยมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและบริโภค
ครั้งหนึ่งพระองค์ได้ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ผันน้ำเหนือจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในทุ่งมะขามหย่องเพื่อป้องกันน้ำท่วม และในปีถัดมาได้เสด็จฯมาทรงเกี่ยวข้าวที่แปลงนาชาวบ้านที่ “ทุ่งมะขามหย่อง” หรือที่เรียกว่า “ผืนแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ” สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรเป็นอย่างมาก และในที่สุดแปลงนานี้ก็ได้กลับมาเป็นแปลงนาส่วนพระองค์เพื่อทำแปลงนาสาธิต มอบพันธุ์ข้าวคุณภาพให้กับเกษตรกรต่อไป
สิ่งที่ประทับอยู่ในใจของดิฉันอย่างไม่มีวันลืมเลือนคือการได้มีโอกาสถวายงานในการเสด็จออกมหาสมาคมถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 พระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินออกมหาสมาคม ณ มุขเด็จ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ถัดมาในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 พระองค์ท่านเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันนั้นมีคลื่นมหาชนจำนวนมหาศาลมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทล้นจากบริเวณลานหน้าพระราชวังดุสิต เลยไปจนถึงถนนราชดำเนิน พร้อมกับประชาชนที่รวมตัวกันที่ศาลากลางของทุกจังหวัด เพื่อที่จะร่วมกันชื่นชมพระบารมี และเปล่งเสียงคำว่า “ทรงพระเจริญ”
เสียงยังคงดังกึกก้องอยู่ในหัวใจของดิฉันนับแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้
และครั้งที่สาม วันที่ 5 ธันวาคม 2556 ที่พระองค์ท่านเสด็จออกมหาสมาคม ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม อาคารอเนกประสงค์เดิมวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นครั้งแรกที่พสกนิกรชาวไทยหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อรอเฝ้าฯรับเสด็จชื่นชมพระบารมี และพร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดีตลอดสองข้างทางตั้งแต่กรุงเทพฯไปจนถึงหัวหิน แม้ว่าในช่วงนั้นจะมีปัญหาความเห็นต่างทางความคิด แต่การที่พสกนิกรได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทำให้ภาพความเห็นต่างในเวลานั้นมลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์ นับเป็นที่ประจักษ์ชัดถึงความเป็นศูนย์รวมดวงใจของพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง
ตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์ ไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎร์ล้วนได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างทั่วถึง เพราะไม่ว่าพระองค์เสด็จฯไปที่ใด ทรงมีพระประสงค์เดียวคือการทำให้ราษฎรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงห่วงใยใกล้ชิดกับราษฎร ทรงงานหนักเยี่ยมเยียนราษฎรในถิ่นชนบททุรกันดาร เพื่อจะได้รับทราบปัญหาและความต้องการของราษฎรด้วยสายพระเนตรพระกรรณของพระองค์เอง รวมถึงพระราชทานแนวทางแก้ปัญหาที่เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ
ทุกครั้งเมื่อดิฉันได้ลงพื้นที่ในต่างจังหวัด จะเห็นความสำเร็จของศูนย์การศึกษาพัฒนาอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดําริ ซึ่งเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ ให้ชาวบ้านเข้ามาเรียนรู้ ฝึกอบรม และนำไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน เช่น เรื่องการปลูกป่า การฟื้นฟูป่าชายเลน และอนุรักษ์หญ้าทะเล เป็นต้น
หรือแม้แต่การสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติอย่างแนวพระบรมราโชวาท เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ที่คนไทยน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำไปปฏิบัติ เพื่อนำมาซึ่งสันติสุขของประเทศ รวมถึงหลักการประชาธิปไตยที่พระองค์ท่านทรงยึดถือมาโดยตลอด
ดิฉันโชคดี ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านทรงงานหนักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อราษฎรของพระองค์ ทรงมีพระเมตตาเหมือนพ่อเมตตาลูก ถือเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้ที่ดิฉันได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด พระองค์จะสถิตอยู่ในใจของข้าพระพุทธเจ้าตราบสิ้นลมหายใจ ด้วยความจงรักภักดี ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
อดีตนายกรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา กระผมได้รับทราบแถลงการณ์สำนักพระราชวังว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จสวรรคตแล้วด้วยความโทมนัสอย่างที่สุด ซึ่งคงจะเป็นความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกันกับประชาชนชาวไทยทุกคน
กระผมตระหนักแก่ใจดีว่าเป็นบุญวาสนายิ่งนักที่ได้เกิดมาเป็นข้าแผ่นดินไทย มีความผาสุกร่มเย็นอยู่เป็นนิจภายใต้พระบารมีของพระองค์ สำหรับตัวกระผมรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ที่ได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัย มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รับราชการสนองพระเดชพระคุณ ซึ่งกระผมขอเทิดทูนไว้เหนือเศียรเกล้าด้วยความจงรักภักดีตลอดไป และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย
ในโอกาสนี้ขอเล่าบางช่วงบางตอนที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าฯ ทุกครั้งได้ประจักษ์ชัดด้วยความซาบซึ้งในพระเมตตา และความห่วงใยที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย ตรัสถามถึงความทุกข์สุขของประชาชนอยู่ตลอดเวลา
ทรงแนะนำให้ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนชาวเกษตรกรที่ขาดน้ำ เมื่อกระผมได้กราบบังคมทูลถึงเรื่องการทำฝนเทียมในพื้นที่ที่การชลประทานไม่ทั่วถึง ก็ได้ทรงแนะนำวิธีการทำฝนเทียมให้ได้ผล และเป็นประโยชน์สูงสุดและสิ้นเปลืองน้อยที่สุด ตั้งแต่ในเรื่องทางเคมี ฟิสิกส์ เรื่องวิธีการ การใช้บุคลากร การใช้เครื่องบิน เรื่องดินฟ้าอากาศ ซึ่งไม่สามารถนำมาบอกเล่าได้ทั้งหมด ทำให้ได้เห็นในพระอัจฉริยภาพอันล้ำลึก ซึ่งในชีวิตคงจะไม่มีโอกาสได้พบเห็นอีก กระผมได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมและน้อมนำไปดำเนินการผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้หน่วยงานทุกฝ่าย รวมทั้งกระผมบังเกิดความปีติและมีกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมที่ได้รับพระเมตตาเช่นนี้ ทำให้การทำงานทุกขั้นตอนสำเร็จได้ด้วยดี เป็นไปได้ด้วยพระบารมีแห่งพระองค์โดยแท้ แม้ขณะนั้นภาวะทางการเมืองและบ้านเมืองอยู่ในระหว่างความผันผวนก็ตาม
บางครั้งเมื่อเกิดวิกฤต มีความแตกแยกทางความคิดของประชาชน เกิดปัญหาและความวุ่นวาย แม้ว่ารัฐบาลจะได้ใช้วิธีการประคับประคองไม่ให้เกิดความรุนแรงได้แล้วก็ตาม แต่กระผมก็รู้สำนึกดีว่า สังคมไทยจะร่มเย็นได้ก็ด้วยพระบารมีเท่านั้น จึงได้กราบบังคมทูลผ่านท่านราชเลขาธิการขอเข้าเฝ้าฯเพื่อกราบบังคมทูลรายงาน ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าฯ ซึ่งพระราชดำริที่ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมมานั้น เหมือนแสงสว่างทำให้บังเกิดความหวังและแก้ปัญหาได้ ระหว่างเข้าเฝ้าฯนั้น พระราชดำรัสและดวงพระเนตรเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชนทั้งปวง ทำให้กระผมมีกำลังใจและความเข้มแข็งที่จะฝ่าฟันปัญหาทั้งหลาย และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้
นี่คือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เป็นบุญวาสนายิ่งนักที่ได้เกิดมาเป็นข้าแผ่นดินไทย และมีโอกาสได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ได้มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินสนองพระเดชพระคุณ และได้สำนึกในพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย
สิ่งนี้จะอยู่ในหัวใจของกระผมตลอดจนลูกหลานในวันข้างหน้าอย่างไม่มีวันลืมเลือน อีกทั้งได้ตั้งใจมั่นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าจะจงรักภักดีอย่างแน่วแน่มั่นคง เทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมในสมเด็จพระมหากษัตริย์เจ้าแห่งพระบรมราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ตลอดไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

