สร้างอนาคตไทย ชู ‘สมคิด’ ประกบ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พลันที่ นายอุตตม สาวนายน ในฐานะหัวหน้าพรรค ยืนยันในที่ประชุมใหญ่พรรคสร้างอนาคตไทย ว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ไม่เพียงแสงแห่งสปอตไลต์จะฉายจับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หากแต่พรรคสร้างอนาคตไทยก็สดใสกาววาวขึ้นโดยอัตโนมัติ
เป็นความสดใสมิได้เพราะว่าชื่อชั้นในทางเศรษฐกิจของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มีความโดดเด่นตั้งแต่ยุครัฐบาลพรรคไทยรัก ไทยเท่านั้น
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ ภายหลังวิกฤตในทางการเมืองหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ชื่อนี้ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
เป็นความสนใจในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นความสนใจในฐานะที่ปรึกษาคสช.และรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
คำประกาศจาก นายอุตตม สาวนายน ในการเน้นฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จึงทรงความหมาย
ความหมายในที่นี้ 1 เท่ากับพรรคสร้างอนาคตไทยยอมรับว่า การดำรงอยู่ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะตอบปัญหาเศรษฐกิจในอนาคตไม่ได้อย่างเป็นจริง
เพราะไม่ว่า นายอุตตม สาวนายน ไม่ว่า นายสมคิด จาตุศรีพิ ทักษ์ ล้วนเคยทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มา
ความหมายในที่นี้ 1 ซึ่งสำคัญเท่ากับเป็นการวิพากษ์โดยตรง ไปยังแนวทางบริหารจัดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะมี ปัญหาในลักษณะปิดกั้นคนดีมีความสามารถ
แม้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรี แม้ นายอุตตม สาวนายน จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ไม่ สามารถแสดงฝีมือและความสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยิ่งภายหลังคำประกาศของพรรคสร้างอนาคตไทยของ นายอุตตม สาวนายน ปรากฏเงาร่างของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เดินทางมอบ กระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี
ยิ่งสมานพรรคเศรษฐกิจไทยเข้ากับพรรคสร้างอนาคตไทย
ความเป็นจริงก็คือ ทั้ง นายอุตตม สาวนายน ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ล้วนเคยทำงานอยู่ใต้ร่มเงาของรัฐบาลมาก่อน
จึงเท่ากับสะท้อนมโนสำนึกต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

