หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สำแดง”อาการ”เมื่อประสบเข้ากับคำถามเรื่องการเดินทางไปสหราชอาณาจักรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ถามว่ามีใครรู้หรือไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ในห้วงแห่งการลาราชการเดินทางไปต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ในห้วงแห่งการไปต่างประเทศและเดินทางกลับไทย คำปรารภภายหลังการพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยิ่งน่าสนใจ
เพราะภายในถ้อยแถลงของ นายนิโรธ สุนทรเลขา นั้นมีบางถ้อยคำระบุว่า การเดินทางไปต่างประเทศของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุ วรรณ ได้มีโอกาสพบ นายทักษิณ ชินวัตร ด้วย
แม้ภายหลังต่อมา นายนิโรธ สุนทรเลขา จะออกมายอมรับว่าเป็นการแสดงออกในลักษณะ ”อำ” ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ กระทำต่อตนเอง
กระนั้น ก็ต้องยอมรับข่าวอันเกี่ยวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปต่างประเทศมีกระบวนการ”ปล่อย”ออกมาอย่างไร
ต้องยอมรับว่า ในบรรดากลยุทธ์”ลับ ลวง พราง”ซึ่งถือว่าโดดเด่น ตั้งแต่ยุคก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องมายังก่อน รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
กระบวนการอันเนื่องแต่การพบและดีลระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ นายทักษิณ ชินวัตร ครั้งนี้มากด้วยสีสันเพริศแพร้ว
ไม่เพียงปล่อยออกมาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์และมีเป้าหมายอยู่ที่กรุงลอนดอน อันเท่ากับเป็นการผลิตซ้ำของเส้นทาง
1 เส้นทางซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เคยไปมาแล้ว 2 ครั้ง 1 เป็นถิ่นซึ่ง นายทักษิณ ชินวัตร สะดวกเป็นอย่างยิ่งที่จะปักหลักอยู่
เนื่องจากพักอาศัยยาวนานนอกเหนือไปจากมหานครดูไบ
ที่สำคัญ บุคคลซึ่งแสดงบทบาทไม่เพียงแต่จะระดับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น หากแม้กระทั่ง นายนิโรธ สุนทรเลขา ก็เข้าร่วมในกระบวนการอีกด้วย
ทั้งๆที่เป็นการเข้าร่วมผ่านสถานะ”ประธานวิปรัฐบาล”
เมื่อทุกอย่างก่อหวอดเป็นความแคลงคลางกังขาจึงให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีเค้ามูลความจริง
คนไทยจึงอยู่ในบรรยากาศ ”ลับ ลวง พราง” อย่างเต็มพิกัด

