‘รศ.สมชาย’ เขียนถึงประชาคม มช. ‘เมื่อผมไม่ได้เป็นอธิการบดี’

24.04.22 | 11:40 น.

‘รศ.สมชาย’ เขียนถึงประชาคม มช. ‘เมื่อผมไม่ได้เป็นอธิการบดี’

กรณีสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มีมติเสนอชื่อ นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มช. โดยจะนำเสนอชื่อเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อไปนั้น

เมื่อวันที่ 24 เมษายน รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์และหัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนากฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) โพสต์ข้อความผ่าน เพจศูนย์วิจัยฯ มหาวิทยาลัยหน้าบางแห่งหนึ่ง ระบุว่า เรียนเพื่อนพ้องน้องพี่ ผู้ร่วมประชาคมมอชอทุกท่าน

ภายหลังจากที่ผมได้รับการเสนอชื่อให้เป็นอธิการบดี ม.เชียงใหม่ ร่วมกับบุคคลอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งผมก็ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ต่อสาธารณะและต่อคณะกรรมการสรรหาฯ ไปจนจบกระบวนการทั้งหมดแล้ว บัดนี้ สภามหาวิทยาลัยก็ได้เลือกคุณหมอพงษ์รักษ์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี

ในเบื้องต้น หากใครที่รู้จักมักคุ้นกันก็คงจะรู้ว่าผมไม่ได้ปรารถนาในตำแหน่งของการบริหารแต่อย่างใด แม้จะเคยดำรงตำแหน่งคณบดีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ระหว่างที่ดำรงตำแหน่งนั้น ผมก็เลือกที่จะแสดงความเห็นและบริหารงานตามความเห็นที่คิดว่าถูกต้อง เช่น เคยมีการเสนอว่าผู้บริหารระดับคณบดีควรออกแถลงการณ์สนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร (ก่อนรัฐประหาร 2549) ผมก็ได้คัดค้านว่าเป็นสิ่งที่ไม่สมควร หรือภายหลังการรัฐประหารก็ได้มีการเสนอชื่อผมให้ไปเป็น สนช. ผมก็ได้ปฏิเสธตำแหน่งไปอย่างไม่ไยดี

การทำตัวเช่นนี้ ย่อมทำให้ผมไม่ได้กลายเป็น “เด็กดี” ที่จะได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งบริหารที่สูงขึ้นภายหลังพ้นจากตำแหน่งคณบดี ไม่เหมือนกับคณบดีหลายคนที่ทำตัวอยู่ในโอวาทก็จะสามารถ “ไปต่อ” แต่อันนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมแต่อย่างใดเพราะไม่ได้มีความสนใจในหน้าที่เหล่านั้นอยู่แล้ว

Advertisement

สำหรับตำแหน่งอธิการบดีนั้น ผมตอบรับรวมถึงเข้าแสดงวิสัยทัศน์เนื่องจากเห็นว่าทิศทางที่มหาวิทยาลัยกำลังเดินไปนั้นมีปัญหาอย่างรุนแรง รวมถึงกระบวนการในการคัดเลือกก็กลายเป็นการสืบทอดตำแหน่งกันในระหว่างชนชั้นนำกันเอง โดยที่ประชาคมแทบไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง มีแค่เพียงการเสนอชื่อจากระดับคณะที่พร้อมจะถูกผู้บริหารคณะเขี่ยทิ้งไปโดยไม่สามารถอุทธรณ์อะไรได้

ด้วยกระบวนการเช่นนี้ จึงทำให้ทิศทางของมหาวิทยาลัยไม่ได้ถูกอภิปราย โต้แย้ง ถกเถียง กันในทางสาธารณะแม้แต่น้อย เช่น การมุ่งสู่มหาวิทยาลัยระดับโลกเป็น “ความดี” ที่ไม่ต้องสงสัย, การปิดกั้นเสรีภาพที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งต่อบุคลากรและนักศึกษา, การจ้างงานที่ไม่สร้างความมั่นคงแก่คนทำงาน เป็นต้น

สำหรับคุณหมอพงษ์รักษ์ ผมเคยมีโอกาสพบหน้าค่าตาอยู่บ้างและไม่มีปัญหาส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อได้พบปะก็พอจะตระหนักว่าคุณหมอก็เป็นคนสุภาพเรียบร้อย แต่สิ่งที่ผมและพวกเราจำนวนหนึ่งได้โต้แย้งมาอย่างต่อเนื่องก็คือ กระบวนการในการสรรหาที่จำกัดอยู่ในวงอันคับแคบและไม่ให้ความสำคัญต่อประชาคม ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่มาจากกระบวนการเช่นนี้ก็ล้วนที่เป็นสิ่งที่ผมตั้งคำถามทั้งสิ้น

ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคุณหมอ แต่กระบวนการการคัดเลือกที่เป็นปัญหาอย่างสำคัญ

น่าเสียดายที่ในบรรดาชนชั้นนำของมหาวิทยาลัยก็มีผู้ซึ่งพอจะมีปัญญาอยู่ แต่แทนที่จะร่วมกันขบคิดและผลักดันให้มหาวิทยาลัยเดินไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง เปิดกว้าง รับฟังความเห็น แต่ทั้งหมดนี้ก็กลับไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ผมใคร่ขอเตือนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่กับการบริหารงานว่าโลกที่รายล้อมมหาวิทยาลัยอยู่นั้นกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและลึกซึ้ง ความพยายามในการฉุดรั้งไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ จะไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน เฉพาะอย่างยิ่งกับองค์กรที่กำลังจะกลายเป็นสถาบันที่ล้าหลังกว่าโลกภายนอกรั้วสีม่วงแห่งนี้

ด้วยความปรารถนาดี
สมชาย ปรีชาศิลปกุล

อ่าน : ตามคาด! สภาม.เชียงใหม่ เสนอ “พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล” นั่งอธิการบดีคนใหม่

อ่าน : สมฤทธิ์ ศิษย์เก่า คาใจ มช. ไม่แคร์ประชาคม ปมตั้งอธิการฯ ไม่ผ่านหยั่งเสียง-แสดงวิสัยทัศน์