‘ไฟเย็น’ กระหึ่มคอกวัว ‘วจนา-วสุ’ ปิดงานรำลึกวัฒน์ เชื่อ พ่อไม่ใช่คนสุดท้ายที่ลุกขึ้นสู้

24.04.22 | 22:47 น.

‘ไฟเย็น’ กระหึ่มคอกวัว ‘วจนา-วสุ’ ปิดงานรำลึกวัฒน์ เชื่อ พ่อไม่ใช่คนสุดท้ายที่ลุกขึ้นสู้

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ครอบครัววรรลยางกูร และกลุ่มคนเดือนตุลา จัดงานไว้อาลัย “วัฒน์ วรรลยางกูร” กวีและนักเขียนชื่อดังเจ้าของรางวัลศรีบูรพา และผู้ลี้ภัยทางการเมือง

บรรยากาศเวลา 20.45 น. พอร์ท วงไฟเย็น เดินทางมาร่วมบรรเลงบทเพลงขับกล่อมผู้ร่วมงาน ท่ามกลางเสียงปรบมือล้นหลาม

พอร์ทกล่าวว่า วัฒน์เป็นบุคคลสำคัญของวงไฟเย็น เพราะเขาเป็นผู้ที่ทำให้เกิดวงไฟเย็น ตอนแรกเป็นวงเสา ไปเล่นให้กับวัฒน์ เป็นวงของวัฒน์อยู่แล้ว

“วงท่าเสาต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ไม่สะดวก จึงต้องตั้งวงเฉพาะกิจขึ้นมา เป็นแบ๊กอัพให้กับพี่วัฒน์ในกรุงเทพฯ ซึ่งตอนหลังเป็นวงไฟเย็น พี่วัฒน์เป็นพี่ใหญ่ของพวกเรา ทุกคนทราบอยู่แล้วว่าผมโดนคดีอะไร ทำให้ผมไม่ได้มาร่วมกิจกรรมอะไรมาก เพราะว่าร่างกายคงไม่ค่อยสะดวก วันนี้ไม่มาไม่ได้ เพราะเป็นวันรำลึกของพี่ใหญ่ หรือพี่วัฒน์” พอร์ทกล่าว

Advertisement

จากนั้นตัวแทนครอบครัววรรลยางกูร และเครือข่ายเดือนตุลา กล่าวปิดงานรำลึก โดย นายวนะ นายวสุ และ น.ส.วจนา วรรลยางกูร บุตรชายและบุตรสาวของวัฒน์ยืนเรียงหน้าภาพของบิดา กลางอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

นายวสุกล่าวว่า ตลอดช่วงชีวิตของวัฒน์ ไม่มีโอกาสได้รู้จักกับพวกคุณทุกคนที่มาที่นี่ตรงนี้ หรือคนอื่นๆ ที่ให้การสนับสนุนตลอดมา ที่สำคัญ เป็นมิตรสหาย เป็นนักต่อสู้ผู้ไม่กลัวต่อเผด็จการ ไม่กลัวต่อความยากลำบาก ต่อสิ่งที่ต้องสูญเสีย เพราะการพลัดพราก การลาจากที่ผู้คนคนต้องพบเจอ

“ผมเชื่อว่าคุณพ่อกำลังนั่งอยู่ในงานวันนี้ กำลังถือแก้วไวน์แก้วเหล้า นั่งยิ้ม หัวเราะ ภูมิใจ และเอาใจช่วยทุกๆคนให้มีแรงต่อสู้ต่อไป เพราะสิ่งที่เราต้องการยังไม่เกิด แต่มันจะเกิด” นายวสุกล่าว

โดยผู้ร่วมงาน ส่งเสียงบอกว่า ใช่

นายวสุกล่าวต่อว่า เราจะไม่ย่อท้อต่อทุกการลาจากการพลัดพรากต่อความลำบาก ต่อความอยุติธรรม ต่อชะตาชีวิต

“มีคนเคยบอกว่าคุณพ่อโชคดีที่ได้ลี้ภัย แต่คนที่ต้องลี้ภัยต้องจากบ้าน จากเมือง จากลูก จากทุกสิ่งที่เขารัก  เพราะเขาพูดในสิ่งที่เขาคิด ทำในสิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องการจะเบียดเบียนใคร ต้องการให้สังคมดีขึ้นต้องการให้เสรีภาพ และสังคมดีขึ้นจริง เราต้องการแค่นี้

“ด้วยความเคารพในประชาธิปไตย เราไม่ได้ต้องการเบียดเบียนใคร ทุกคนก็มาที่นี่ด้วยความสันติ ผมเชื่อว่าทุกสิ่งที่ทำในวันนี้มาจากก้นบึ้งของหัวใจที่ต้องการสันติภาพ ไม่ได้ต้องการประหัตประหารใคร ทำไมต้องไล่ฆ่ากัน เราไม่รู้ว่าวัฒน์จะเป็นคนสุดท้ายหรือไม่ที่เป็นเหยื่อของการเมือง จากเผด็จการที่ไล่ฆ่าคนมานับสิบ นับร้อยปี แต่วัฒน์ไม่ใช่คนสุดท้ายที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้” นายวสุกล่าว

โดยผู้ชุมนุมปรบมือดังสนั่น ส่งเสียงตอบรับว่า ใช่

นายวสุกล่าวต่อว่า สิ่งที่ครอบครัววรรลยางกูรทำคือเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ พวกคุณทุกคนคือประวัติศาสตร์ และเราจะเปลี่ยนแปลงมันให้เป็นจริงได้ สันติภาพจะบังเกิด

จากนั้นผู้ร่วมงานเปล่งเสียง “เผด็จการจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” 3 ครั้ง

กระทั่งเวลา 21.00 น. ผู้ร่วมงาน ชู 3 นิ้ว ขับกล่อมบทเพลง ในสายธาร มอบแด่วัฒน์ วรรลยางกูร ก่อนยุติกิจกรรมและแยกย้ายกลับบ้านโดยสงบ ในเวลา 21.25 น. ทั้งนี้ กลุ่มทะลุแก๊สยังคงปักหลักดูแลความปลอดภัยมวลชนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย