ไม่ว่าในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ว่าในยุคหลังรัฐประหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559
“อนาคต” ของ “ไฮสปีด เทรน” ก็ยังไม่สดใส
ในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้รายละเอียดของ”โครง การ” จะแจ่มชัด
“เงิน”มาจากไหน “โปรเจ็กต์”เป็นอย่างไร
แต่ก็อย่างที่รู้-รู้กัน ไม่เพียงแต่จะได้รับเสียง”ค้าน”อย่างเซ็งแซ่จาก “พรรคประชาธิปัตย์”
เหมือนที่เคยค้าน “30 บาท”เมื่อปี 2544
หากที่ทำให้กลายเป็น “ประตูปิดตาย”ได้อย่างเป็นจริง คือ คำวินิจฉัยอันมาจาก “องค์กรอิสระ”
ตราบที่ยังมี”ถนนลูกรัง” ก็”ไม่สมควร”
พลันที่บังเกิดรัฐประหารขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 คล้าย กับว่าเส้นทาง”ไฮสปีด เทรน” จะ”ไฟเขียว”ผ่านตลาด
แต่ก็แทบไม่มีอะไร “คืบหน้า”
ถามว่าเหตุปัจจัยอะไรสร้างความรู้สึกให้เห็นว่า “ไฮสปีด เทรน”น่าจะฉลุย
1 เพราะอำนาจพิเศษ
เป็นอำนาจพิเศษ ภายใต้การบริหารอันเฉียบขาดของ”ทหาร” ที่ย่อมดำเนินไปอย่างชนิดที่เรียกว่า
“ฟาสท์แทร็ก”
ขณะเดียวกัน 1 เพราะบรรดาคนที่เคยค้าน เคยต้าน ทั้งที่เป็นพรรคการเมือง ทั้งที่เป็นองค์กรอิสระ
ก็ “เงียบกริบ”
ทุกคนต่างเห็นดีเห็นงามไปกับ “ไฮสปีด เทรน”อย่างถ้วนหน้า
เหมือนกับ”ถนนลูกรัง”ได้หมดสิ้นไปแล้ว
กระนั้น หากสดับรับฟัง “แถลง” ล่าสุดจากกระทรวงคมนาคมก็ต้องนะจังงัง
นะจังงังเพราะยังมิได้”เริ่มต้น”อะไรเลย
นะจังงังเพราะจากรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นต้นมามีการประชุมมาแล้ว 14 ครั้ง
ทั้งที่ “จีน” ทั้งที่ “ไทย”
และมีกำหนดจะนัดประชุมเป็นครั้งที่ 15 ในระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม
ปัญหาที่ยังมิอาจตกลงกันได้คือ”ดอกเบี้ย”เงินกู้
เพราะว่าทางจีนยืนกรานให้อยู่ที่ดอกเบี้ยร้อยละ 2 เพราะว่าทางไทยยืนกรานให้ลดลงมาต่ำกว่าร้อยละ 2
ตรงนี้คือ “เส้นแบ่ง” อันสำคัญและทรงความหมาย
ไม่มีใครสามารถตำหนิกระทรวงคมนาคมได้เพราะต้องการ รักษาผลประโยชน์ของไทย
ขณะที่จีนก็ต้องการรักษาผลประโยชน์ของจีน

