คอลัมน์หน้า 3 : สัมพันธ์ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พลังประชารัฐ
การพบกันระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก่อให้เกิดคำถามอันแหลมคมในทางการเมือง
หรือว่านี่จะเป็น “ลับ ลวง พราง”
เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจาก พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย
2 คนนี้ “แนบแน่น” กันเพียงใด ไม่มีใครสงสัย
เนื่องจากก่อนเป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา คือ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่พรรคเศรษฐกิจไทย มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการ
ขณะที่การพบล่าสุดระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ก็มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ร่วมอยู่ด้วย
ตรงนี้แหละที่กลายเป็น “คำถาม”
ไม่มีใครสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
แต่ความสัมพันธ์นี้ก็มี “คำถาม”
เนื่องจากสถานการณ์เดือนกันยายน 2564 ได้แยก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่ไม่ห่างจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
เพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคยังคงไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค
จนถึงเดือนมกราคม 2565 จึงได้ปล่อยมือ
เป็นการปล่อยมือเนื่องจาก “แรงบีบ” จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ก็เป็นการปล่อยมือกันฉันมิตรอันสนิทสนม
จึงได้บังเกิด “พรรคเศรษฐกิจไทย” ขึ้น
ไม่ว่าจะมองผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะมองผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถามว่าความสัมพันธ์ยังคงเดิมอยู่หรือไม่
ณ เบื้องหน้า กรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
คำถามยังรุกลึกเข้าไปอีกว่าพรรคเศรษฐกิจไทย จะยังให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่อีกหรือ
ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเด่นชัด
เด่นชัดตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 ต่อเนื่องมายังเดือนมกราคม 2565 ว่าไม่ต้องการมีอะไรสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ทั้งหมดจึงขึ้นกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
คำถามจึงอยู่ที่ว่าพันธมิตรระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเศรษฐกิจไทยจะดำรงอยู่บนพื้นฐานแห่งความรับผิดชอบต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างไร
คนที่อยากได้คำตอบมากที่สุด คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ท่ามกลางการชูป้ายที่สร้างทำเป็นพิเศษระบุว่า “คนไทยโชคดีที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี” ปรากฏขึ้นที่หาดใหญ่
ชวนให้นึกถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ก็เพราะประโยคนี้มาจากถ้อยคำของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ว่า “คนไทยโชคดีที่ได้ นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี”
แล้ววันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นอย่างไร

