ปลัดพาณิชย์ ชี้ ข้าวไม่ได้หาย 3.9 แสนตัน แค่จนท.ลงบัญชีผิด

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวในรอบปีบัญชี 2558 ที่กระทรวงการคลังระบุว่ามีข้าวหายไปจากสต๊อก 390,000 ตันนั้นว่า ข้าวไม่ได้หาย แต่อาจเป็นการลงบัญชีที่ผิดพลาด และยังไม่ได้ข้อสรุปทางบัญชีเท่านั้น ซึ่งได้เชิญองค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) มาหารือแล้ว พร้อมได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อสรุปทางบัญชี และข้อเท็จจริงภายในวัน ที่ 12 ก.พ.นี้ จากนั้นจะนำส่งให้กับคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวต่อไป

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการ อคส. กล่าวถึงการกำกับดูแลการขนย้ายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเข้าสู่อุตสาหกรรมว่า หลังจากบริษัท ว.ธนทรัพย์ จำกัด ผู้ชนะการประมูลซื้อข้าวสาร 21,180 ตัน เพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ได้มาทำสัญญากับ อคส.เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2559 นั้น บริษัทได้ชำระเงินงวดแรกสำหรับข้าว 5,000 ตันแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.พ. และเริ่มขนย้ายข้าวออกจากโกดัง โดยล่าสุดถึงวันที่ 9 ก.พ. สามารถขนข้าวได้แล้ว 640 ตัน และในวันที่ 12 ก.พ. บริษัทจะมาชำระเงินงวดที่ 2 สำหรับข้าวอีก 5,000 ตัน และต้องขนย้ายข้าวทั้ง 10,000 ตันแรกออกโกดังภายใน 20 วันทำการ หรือภายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ต้องถูกปรับ

“ผมได้มอบหมายผู้บริหาร หัวหน้า คลัง พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ประจำคลังสินค้าต้นทางและปลายทาง ปฏิบัติทุกขั้นตอนรัดกุม โปร่งใส โดยให้ขนย้ายข้าวตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เมื่อถึงจุดตรวจ ซึ่งมีตำรวจทางหลวงประจำการอยู่ คนขับรถบรรทุกต้องลงมาถ่ายรูป เพื่อให้ตำรวจส่งภาพมาทางไลน์ให้ที่วอร์รูม และเมื่อข้าวไปถึงโรงงานแล้ว ต้องทำแผนที่วางกระสอบติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมถึงที่จุดการผลิต บ่อหมัก เพื่อให้เห็นว่าข้าวเข้าสู่กระบวนการผลิตจริง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริ โภคว่าจะไม่มีข้าวหลุดออกไปสู่ผู้บริโภค” พล.ต.ต.ไกรบุญระบุ และว่า อคส.จะประเมินการทำงาน โดยจะประชุมวอร์รูมทุกวัน เวลา 17.00 น. และ 10.00 น. โดยหากนำข้าวในโครงการไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และมีผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีได้ จะมีเงินรางวัลนำจับ 100,000 บาท

น.ส.ชุติมากล่าวว่า อคส.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการกำกับดูแลการขนย้ายข้าวล็อตนี้อย่างรัดกุม ป้องกันไม่ให้มีข้าวไหลเข้าสู่ระบบการค้าปกติ เพราะเป็นข้าวที่คนและสัตว์ไม่สามารถบริโภคได้เลย

ขณะที่ตัวแทนบริษัท ว.ธนทรัพย์ จำกัด กล่าวว่า จะขนข้าวออกได้ทั้งหมด 10,000 ตันแรกภายในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ส่วนในคลังของ อ.ต.ก.ที่นครสวรรค์ บริ ษัทจะชำระเงินในวันที่ 12 ก.พ. และจะเริ่มขนข้าวออกได้ตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. นี้ ซึ่งการควบคุมการขนย้ายที่รัดกุมเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความยุ่งยาก ส่วนการประมูลข้าวของรัฐเพื่อเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอีกนั้น บริษัทจะเข้าร่วมแน่นอน แต่การประมูลวันที่ 17 ก.พ.นี้คงยังไม่เข้าร่วม เพราะอยากรับมอบข้าวครั้งนี้ให้เสร็จสิ้นก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บทนำมติชน : กติกาประชามติ
บทความถัดไป‘MG GS’ ครั้งแรกกับรถอเนกประสงค์