ตรวจแนวรบเลือกตั้ง
พรรคการเมืองขยับ-สู้รับมือ
การเมือง กลางฤดูร้อนห้วงเดือนเมษายนหลายพรรค จัดประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 1/2565 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 23 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ที่ทุกพรรคต้องรายงานผลการดำเนินงานประจำปีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แม้เป็นเพียงการประชุมสามัญพรรคประจำปี แต่ทุกย่างก้าว ความเคลื่อนไหวของทุกพรรคการเมือง ก็ถูกจดจ้องจับตา
เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ก่อนครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 23 มีนาคม 256 การประชุมของแต่ละพรรคนอกจากจะมีรายงานผลการดำเนินการตามแบบแผนแล้ว ยังปรากฏความเคลื่อนไหว การย้ายเข้า-ออกของสมาชิกพรรค คีย์แมนคนสำคัญ พร้อมกับการประกาศเป้าหมายจำนวนที่นั่ง ส.ส.ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า เพื่อปลุกความฮึกเหิม และกำลังใจสมาชิกพรรค รวมทั้งข่มขวัญคู่แข่งไปด้วยในตัว
เป็นสัญญาณว่า การเลือกตั้งใหญ่ ใกล้เข้ามาทุกขณะ
ใกล้ทั้งครบวาระ 4 ปี ที่อย่างไรเสียก็มีเทอม กำหนดเวลาชัดเจน ไหนจะการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ตลอดเวลาอีกเล่า
ทั้งนี้ เนื่องจากมีการนับถอยหลัง เมื่อเข้าสู่โหมดการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญ ในวันที่ 22 พฤษภาคม ทอดยาวไปถึง 120 วันอันเป็นสมัยสุดท้าย และมีวาระสำคัญ ทั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 การพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่แย้มฤกษ์ยื่นญัตติไปแล้ว ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน
ซึ่งล้วนส่งผลต่อการ “อยู่” หรือ “ไป” ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากพ่ายแพ้เกมโหวตในสภาทั้งสิ้น
แต่ละพรรคจึงไม่นิ่งนอนใจในการเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้งหากจะเกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร เริ่มจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะลงตรวจราชการ
ที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง เพื่อเช็กเรตติ้งฐานเสียงสนับสนุนในพื้นที่ภาคใต้ ที่มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นมือเป็นไม้ทำงานในพื้นที่ให้อยู่
พร้อมกับได้กำลังใจเสียงหนุนจากประชาชนในพื้นที่ว่า “ลุงตู่สู้ๆ” “เลือกนายกฯลุงตู่” ให้ไปต่อ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พอมีกำลังใจหากคิดจะเดินหน้าต่อทางการเมือง
ขณะที่พรรค พปชร.ก็สร้างความมั่นใจผ่านการประชุมใหญ่สามัญของพรรค พปชร.ประจำปี 2565 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม ที่โรงแรมเซ็นเตอร์ พอยท์ เทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา นอกจากมีการแต่งตั้ง “บิ๊กอี๊ด” พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และ “บิ๊กโย” พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะอนุกรรมการฝ่ายหารายได้ มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เข้ามาเสริมทัพ คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)
พล.อ.ประวิตร ได้มอบโจทย์ให้กับ กก.บห.ชุดใหม่ด้วยว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องให้ประชาชนสนับสนุนพรรค พปชร.ให้ได้ 150 ที่นั่ง
เช่นเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ยกคณะไปประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565
ที่ศูนย์การค้าอยุธยา ซิตี้ พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมประกาศว่า ไม่ได้หวังว่า ส.ส.เท่าไหร่ แต่หวังว่าจะได้ ส.ส.ครบทุกเขตที่พรรคส่ง เชื่อว่าจะได้เกิน 100 คนอย่างแน่นอน เพราะพรรค ภท.จะต้องส่งผู้สมัครที่มีความทุ่มเท เสียสละ มีคุณภาพ เข้าใจและเข้าถึงประชาชน มีความซื่อสัตย์สุจริต โดยเป็นแพคเกจรวม ส่วนคนไม่ดียืนยันว่าพรรคจะไม่ส่ง ต่อให้มีความแข็งแกร่งในพื้นที่มากแค่ไหนก็ตาม พร้อมกับระบุด้วยว่า แคนดิเดตนายกฯของพรรค ภท. ตามธรรมนูญของพรรคคือ หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ได้ประกาศความพร้อมผ่านการประชุมสามัญพรรคประจำปี 2565 โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ชทพ. ยืนยันหนักแน่นต่อหน้าสมาชิกพรรคว่า ยืนยันว่าพรรค ชทพ.จะไม่ยุบรวมกับใคร ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะให้มีรุ่นใหม่ถือธงนำและให้คนที่มีประสบการณ์หนุนหลัง เป็นการผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า อนาคตจะมีคนมาร่วมทำงานกับชาติไทยพัฒนามากขึ้น จะไม่ให้ถูกมองว่าเป็นพรรคท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งอีกต่อไป ต้องเป็นของประชาชนทั้งประเทศ สิ่งที่ทำให้มั่นใจคือ เรามีบุคคล ทีมงานและมีพลังที่จะสนับสนุนให้เราไปถึงจุดนั้น อย่างน้อยต้องมี ส.ส.ได้ในระดับที่เสนอกฎหมายได้ด้วยตัวเอง เราจะต้องได้ ส.ส.มากกว่า 25 เสียง
ขณะที่พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 นอกจากจะเลือก กก.บห.ชุดใหม่ ยังได้เปิดหน้าผู้นำและแกนนำพรรคที่จะมาขับเคลื่อนทางการเมืองให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยนายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งเป็นหัวหน้าพรรค สอท. พร้อมกับได้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็นเลขาธิการพรรค นอกจากนี้ ยังได้เปิดชื่อ “นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” อดีตรองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค พร้อมกับชูจุดแข็ง ในการเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้กับประชาชน
ด้านปีกฝ่ายค้าน พรรคใหญ่นัมเบอร์วัน แกนนำฝ่ายตรวจสอบ และแชมป์เก่าเลือกตั้งกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้มากที่สุด อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศความพร้อมในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ในวันที่ 24 เมษายน ภายใต้ชื่องานว่า “แลนด์สไลด์ เพื่อไทย เพื่อคนไทยทุกคน” ผ่านการโชว์วิสัยทัศน์ ทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท.และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พท. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม
พร้อมกับประกาศเป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า พรรค พท.ต้องแลนด์สไลด์ทุกพื้นที่ ต้องชนะเลือกตั้ง ได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 250 เสียง เพื่อเอาชนะพรรค ส.ว. 250 คน มาขับเคลื่อนนโยบายของพรรค พท. ให้ประชาชนกลับมาอยู่ดีกินดีอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ยังต้องรอลุ้นผล “แพ้-ชนะ” การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในรอบ 9 ปี ที่จะเป็นตัวชี้วัดความนิยมของพรรคการเมืองด้วยว่า การเตรียมความพร้อมของแต่ละพรรคเดินทางมาถูกทาง หรือจะต้องปรับทัพ แก้ไขจุดอ่อนกันอย่างไร ก่อนลงสนามเลือกตั้งใหญ่ในปี 2566
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นความคึกคัก เคลื่อนไหว ที่มีปลายทางอยู่ที่การเลือกตั้งทั่วไป
มีผลแพ้-ชนะ เป็นเดิมพัน ชิงอำนาจการเมือง

