‘ป้อม’ มั่นใจ ‘ซีเกมส์’ ไทยกวาด 110 เหรียญ กำชับทุกสมาคมกีฬาห้ามใช้สารต้องห้าม

28.04.22 | 11:57 น.

“บิ๊กป้อม” กำชับ “กกท.” เร่งสร้างศูนย์กีฬามวยสากล-ขยายผลขับเคลื่อน BCG Model ในการแข่งขันกีฬา คาด “ซีเกมส์” ไทยกวาด 110 เหรียญ ย้ำ ทุกสมาคมกีฬาห้ามใช้สารต้องห้ามเด็ดขาด


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4/65 ผ่านระบบ ประชุมทางไกลผ่านภาพ โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมด้วย

ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญ ประกอบด้วย การปรับร่างข้อบังคับการกีฬาแห่งประเทศไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการกีฬาจังหวัด เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงานในปัจจุบัน และขออนุมัติเงินสะสมของการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 31 และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 11 ซึ่งโดยรวมคาดว่าเราจะสามารถได้ 110 เหรียญ ใน 40 ชนิดกีฬาของการแข่งขันซีเกมส์ที่จะมีขึ้น

Advertisement

ที่ประชุมรับทราบรายงาน สถานะงบลงทุนและเงินสำรองของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ปี 65 และการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 “ศรีสะเกษเกมส์” และ กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “นครลำดวนเกมส์” ซึ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม กว่า 761 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้นำแนวทางขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม โดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ ทั้งนี้มีผู้เข้าชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันรวม กว่า 2.5 ล้านคน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้ กกท.ให้ความสำคัญ กำหนดกรอบทิศทางการบริหารจัดการเทคโนโลยีดิจิทัลของการกีฬาแห่งประเทศไทยให้เร็วขึ้น และขยายผลขับเคลื่อน BCG Model มาใช้ในการแข่งขันทุกประเภทการแข่งขันกีฬาอย่างกว้างขวางมากขึ้น ควบคู่ไปกับการให้ความรู้กับสังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งให้เร่งดำเนินการก่อสร้างศูนย์ฝึกกีฬามวยสากล ให้มั่นใจว่าเป็นไปตามแผนงานตามระยะเวลาในสัญญา โดยเน้นคุณภาพงานและความโปร่งใส

พล.อ.ประวิตร กล่าวย้ำด้วยว่า ให้ กกท. ขับเคลื่อนกำกับเข้มทุกสมาคมกีฬาไม่ให้มีการใช้สารกระตุ้นกับนักกีฬาทุกประเภทโดยเด็ดขาด โดยให้ยึดปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 รวมทั้งมาตรการและข้อบังคับจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ( WADA ) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการกีฬาและประเทศไทยอีก