คอลัมน์หน้า 3 : จาก เหนียวมะม่วง ถึง ประยุทธ์ จันทร์โอชา เส้นแบ่ง ความคิด
ปรากฏการณ์ “น้องมิลลิ เหนียวมะม่วง” กำลังจะกลายเป็น “เส้นแบ่ง” อันแหลมคมยิ่งให้กับสังคมไทย
ไม่เพียงเรื่อง “ดนตรี” หากแต่เป็น “นวัตกรรม”
พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระโจนเข้าร่วมขบวนแห่ง “น้องมิลลิ เหนียวมะม่วง” ผ่านบทบาทของโฆษกรัฐบาล
ทุกคนก็ประจักษ์ในความแหลมคม
1 สะท้อนให้เห็นผลสะเทือนของ “น้องมิลลิ” ดำเนินไปอย่างไม่ธรรมดา และเป็นความไม่ธรรมดาที่ 1 ถึงกับ “ชายชาติทหาร” ต้องเปลี่ยนน้ำเสียง
จากที่เคย “เล่นงาน” กลายเป็น “เข้าร่วม”
ครั้งหนึ่ง อาจเคยมอบหมายให้ “กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี” ไปแจ้งความกล่าวโทษ แต่วันนี้กลับเห็นแต่ด้านที่สดใสและงามตา
เด่นชัดยิ่งว่าเป็น “ปรากฏการณ์” ยังมิได้เป็น “ธาตุแท้”
ท่วงทำนองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อแสดงการยอมรับต่อบทบาทและความหมายจากปรากฏการณ์ “น้องมิลลิ เหนียวมะม่วง”
แหลมคมและน่าศึกษา
ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดอยู่ในรุ่นที่เรียกว่า “เบบี้ บูมเมอร์” จึงยิ่งเป็นกรณีตัวอย่างที่ควรให้ความสนใจ
ตั้งแต่หลุดคำว่า “ซอฟต์แวร์” ทั้งๆ ที่อยากพูด “ซอฟต์ เพาเวอร์”
เหมือนกับกาลครั้งหนึ่งในการไปร่วมประชุมสหประชาชาติ ณ มหานครนิวยอร์ก ก็เคยระบุถึงบทบาทของ “ยูทูบ” ชัดถ้อยชัดคำ
คำถามก็คือ มีความเข้าใจลึกซึ้งเพียงใด
คำถามนี้มิได้จำกัดแต่เพียงในโลกของ “นวัตกรรม” หากแต่ครอบคลุมไปถึงความเข้าใจต่อยุคและเทคโนโลยีว่ามีความเป็นจริงแค่ไหนเพียงใด
ทั้ง “เศรษฐกิจดิจิทัล” ทั้ง “เศรษฐกิจสร้างสรรค์”
สังคมไทยรับรู้ต่อคำประกาศว่าด้วย “เศรษฐกิจดิจิทัล” มายาวนาน กล่าวสำหรับในยุคหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557
ไม่ว่า “หม่อมอุ๋ย” ไม่ว่า “ดร.สมคิด” ล้วนเคยเอ่ย
แม้กระทั่งนักรัฐประหารจาก คสช.บางคนที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ก็เคยเอ่ยถึง “สมาร์ท ฟาร์ม”
จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเอ่ยถึงคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล” จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเอ่ยถึงคำว่า “ซอฟต์ เพาเวอร์”
แต่คำถามก็คือ รู้อย่างลึกซึ้งเพียงใด
คนคนหนึ่งสามารถเอ่ยถึง “เมตาเวิร์ส” ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก คนคนหนึ่งสามารถเอ่ยถึง “ซอฟต์ เพาเวอร์” ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า โจเซฟ เนย์
แต่คำถามก็ยังเป็นความแคลงคลาง กังขา อยู่นั่นเอง
จึงยังเป็นคำถามเดิมไม่ว่าต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือต่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล นั่นคือเราจะเอาเกณฑ์อะไรมาวัด
วัดจาก “คำประกาศ” วัดจาก “คำพูด”
ทุกอย่างจึงยังดำเนินไปตามบรรทัดฐานที่ว่า เมื่อท่านพูด คนเขาจะล้างหูน้อมรับฟัง แต่เมื่อท่านลงมือทำอย่างที่พูด คนเขาจะเชื่อ
“การปฏิบัติ” ต่างหากคือ “คำตอบ” อย่างแท้จริง

