ศาลแขวงปทุมวัน นัดฟังคำพิพากษในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จ่าสิบเอกอภิชาต พงษ์สวัสดิ์ นักกิจกรรมและนักวิชาการด้านกฎหมายรุ่นใหม่ เป็นจำเลยในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 8, 11 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2557 เรื่อง ห้ามชุมนุมทางการเมือง, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 215 วรรคแรก, 216 และ 368 วรรคแรกรณีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เพื่อคัดค้านการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557
โดยจ่าสิบเอกอภิชาต พงษ์สวัสดิ์ จำเลย ได้เบิกความยืนยันต่อศาลว่า การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่บริเวณหน้าหอศิลป์กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เป็นการแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยต่อการรัฐประหารโดยสงบ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากคำเบิกความของพยานโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนกองกำกับการ1กองบังคับการปราบปรามไม่ปรากฎว่าความผิดเกิดในพื้นที่รับผิดชอบ ประกอบการประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ แล้วเฟ็นว่ารับฟังไม่ได้ว่ากองปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สอบสวนดำเนินคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่สน.ปทุมวัน และรับฟังไม่ได้ว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนคดี ดังนั้นจึงรับฟังไม่ได้ว่ามีการสอบสวนความผิดตามข้อกล่าวหาในคำฟ้อง คดีจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ในประเด็นอื่นๆอีก พิพากษายกฟ้อง
ด้านจ่าสิบเอกอภิชาติ กล่าวภายหลังฟังคำพิพากษา ว่า รู้สึกดีใจ และขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ รวมถึงขอบคุณศาลที่ทำให้ตนพ้นโทษ อยากให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานกรณีการชุมนุมทางการเมืองต่างๆ มั่นใจว่าที่ผ่านมาการชุมนุมเป็นไปโดยสุจริต สามารถทำได้ คดีการชุมนุมก่อนหน้านี้ก็ควรไม่ถูกดำเนินคดีเช่นกัน

ด้านทนายความ เปิดเผยว่า ขอบคุณที่ศาลให้ความยุติธรรม และอัยการโจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน30วันหลังจากนี้
สำหรับบรรยากาศบริเวณด้านหน้าศาลมีกลุ่มประชาชนมาให้กำลังใจจ่าสิบเอกอภิชาต รวมถึงมีสื่อต่างประเทศและองค์กรด้านสิทธิเสรีภาพระหว่างประเทศมาติดตามการฟ้งคำพิพากษาในวันนี้โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวันมาดูแลรักษาความปลอดภัย


