บทนำ : โรคข้อมูลระบาด

3.05.22 | 10:52 น.

วงเสวนา “ระวัง! คุณอาจเป็นคนปล่อย Fake News โควิด แบบไม่รู้ตัว” ในรายการโควิด ฟอรัม (Covid Forum) ได้กล่าวถึงเฟคนิวส์อย่างน่าสนใจ นายสันติภาพ เพิ่มมงคลทรัพย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ข่าวปลอม หรือ
เฟคนิวส์ (Fake News) คือ ข่าวสารทั้งมีและไม่มีเจตนาในการปล่อยออกมา แต่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งพบกันมานานแล้ว ที่น่ากลัวคือ การโจรกรรมข้อมูลโดยลวงให้กดคลิกเข้าไปลงทะเบียนเว็บไซต์

ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ในเรื่องเฟคนิวส์ ต้องสังเกต 5 ข้อ คือ 1.ที่มาข้อมูล 2.ลักษณะเนื้อหา ที่มีเหตุผล ซึ่งข่าวปลอมกว่า ร้อยละ 90 จะมีข้อมูลกับรูปภาพไม่สอดคล้องกัน 3.ชื่อของ URL ที่ไม่ใช่สำนักข่าว 4.หมั่นสังเกตการใช้ภาพเก่ามารีไซเคิล ซึ่งต้องใช้ระบบเสิร์ชเอนจิน (search engine) ตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับ และ 5.เปรียบเทียบแหล่งข่าวอื่น นอกจากปลอมข่าวแล้ว ยังมีการปลอมเสียง ปลอมใบหน้า ตัดต่อรูปเป็น Deepfake AI ได้ ทำให้ข่าวปลอมเนียนมากขึ้น

ผู้ร่วมเสวนาอีกคนหนึ่ง นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการเพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ ยังเผยว่า องค์การอนามัยโลกออกมาเตือนถึงโรคข้อมูลระบาด (Infodemic) เช่น เริ่มแรกที่มีวัคซีน ก็จะมีข่าวเกี่ยวกับฝังไมโครชิพ (Microchip) ในผู้ที่รับวัคซีน หรือการดื่มน้ำปัสสาวะป้องกัน
โควิด-19 ที่เขียนเกี่ยวกับการใช้ศาสตร์แผนจีน ซึ่งทำให้ดูมีเหตุผลน่าเชื่อมากขึ้น เป็นต้น แต่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทางการแพทย์พบข่าวปลอมอีกมาก อันดับต้นๆ เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับการขายสินค้า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

สภาพท่วมท้นของข่าวปลอมที่องค์การอนามัยโลก เรียกว่า อินโฟเดมิก (Infodemic) หรือโรคข้อมูลระบาด เกิดในประเทศไทยเช่นกัน ในแต่ละวันจะมีการส่งต่อตำรับยา สูตรยา ข้อวิพากษ์วิจารณ์ ผ่านแอพพ์ต่างๆ จำนวนมาก นอกจากหน่วยงานรัฐที่ติดตามในเรื่องนี้อยู่แล้ว ประชาชนควรตื่นตัว ตรวจสอบข่าวด้วยตนเองก่อน ไม่เฉพาะข่าวปลอมเกี่ยวกับโรคระบาด แต่รวมถึงข่าวปลอมทางการเมือง เศรษฐกิจ และอื่นๆ ด้วย