คอลัมน์หน้า 3 : จังหวะ ก้าวไกล เปิดตัว พริษฐ์ วัชรสินธุ รันงาน นโยบาย
การเปิดตัว นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะ ผู้จัดการ การสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย ในการประชุมใหญ่พรรคก้าวไกล
น่าสนใจ น่าเรียนรู้
มิใช่เพราะว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เคยเป็นสมาชิกคนสำคัญของ NewDem แห่งพรรคประชาธิปัตย์
มิใช่เพราะเป็น “หลาน” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หากที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือ การเปิดตัวพร้อมกับ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายเดชรัต สุขกำเนิด
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ไม่จำเป็นต้องอธิบาย
แต่การนำเอา นายเดชรัต สุขกำเนิด เข้ามานำร่องก่อนปล่อยเวทีให้เป็นของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นี่ต่างหากที่แหลมคม
นี่คือ ลักษณะ “3 ประสาน” ในเชิง “กลยุทธ์”
คล้ายกับในฐานะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล เป็นผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย ตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่
ต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกล
น่าจะเป็น “ตัวหลัก” ในฐานะ “ผู้อาวุโส”
หากมองจาก “พรรษา” ที่อยู่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่มากับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ “พี่ไหม” อาวุโสแน่นอน
แต่เมื่อมองรากฐานของ นายเดชรัต สุขกำเนิด บทสรุปก็จะเปลี่ยน
นายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นดุษฎีบัณฑิตในทางเศรษฐศาสตร์ เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยเกษตร
ศาสตร์อย่างยาวนาน
เป็นที่รู้กันในหมู่นักศึกษา “บางเขน”
ขณะที่ นายเดชรัต สุขกำเนิด สร้างรากฐานที่บางเขน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สร้างรากฐานที่ “ทีดี
อาร์ไอ” และผาดโผนในยุทธจักรเอกชน
2 คนนี้คือฐานให้กับ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ
จึงถูกต้องแล้วที่พรรคก้าวไกลจะจัดวาง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ในฐานะผู้อำนวยการ โดยมี นายเดชรัต สุขกำเนิด เป็นคนคิดสร้างนโยบาย
แล้วมอบการสื่อสาร รณรงค์ให้กับ “ไอติม”
โดยวัยแล้ว นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ยังไม่ถึง 30 โดยพื้นฐานแล้วเขาเรียนจบหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ การเมือง ปรัชญา มาจากออกซ์ฟอร์ด
สะสมความจัดเจนช่วงสั้นๆ ใน “ประชาธิปัตย์”
ขณะเดียวกัน ก็ก่อตั้งบริษัทสตาร์ดีจำกัดอันเป็นบริษัทสตาร์ตอัพในทางการศึกษาจนเป็นตัวเป็นตน
แล้วจึงเข้าร่วมงานกับ “ก้าวหน้า” และ “ก้าวไกล”
ลักษณะสามประสานของการทำงานจึงเริ่มจาก นายเดชรัต สุขกำเนิด ส่งต่อให้กับ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล
แล้วแปรเป็นการปฏิบัติโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ
ภาพของพรรคอนาคตใหม่ ภาพของพรรคก้าวไกล เหมือนกับเป็นภาพของ “คนรุ่นใหม่” ละอ่อนอย่างยิ่งในสังคมการเมือง
ถามว่า นายเดชรัต สุขกำเนิด “ละอ่อน” หรือ
ถามว่า ความสามารถที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แสดงบทบาทในที่ประชุมสภาตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ถึงพรรคก้าวไกล “ละอ่อน” หรือ
ณ วันนี้ ภาระในการแปร “นาม ธรรม” เป็น “รูปธรรม” จึงอยู่ในมือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ

