‘จาตุรนต์’ ชี้ฝ่ายค้านต้องชนะขาด ให้เกินเสียง ส.ว.เยอะๆ ถึงจะหยุด ‘ประยุทธ์-ประวิตร’ ได้

2.05.22 | 13:29 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก ถึงแนวทางการต่อสู้ของพรรคเพื่อไทยและแนวร่วมฝ่ายค้าน ต่อสถานการณ์การเมืองในอนาคต  ระบุว่า

ในนามของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอยืนยันว่าพวกเราจะต่อสู้ในสองแนวรบ คือการต่อสู้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง กับการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยควบคู่กันไป

ที่ผ่านมา ผมขึ้นพูดในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย บนเวทีผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชน : ทั่วไทยทวงคืนอำนาจประชาชน เวทีที่ 3 “ประชาธิปไตยเสื่อม ประเทศโทรม แรงงานสิ้นหวัง” ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี

ที่ประชาธิปไตยเสื่อมหมายถึงระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย ผู้มีอำนาจวางอะไรไว้หมดจนกระทั่งประชาชนกำหนดอะไรไม่ได้ แต่มาเกี่ยวกับพี่น้องประชาชนอย่างไร?

ประชาธิปไตยเสื่อมมันทำให้พี่น้องไม่สามารถกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง อยากได้อะไรอยากให้แก้ปัญหาอะไรก็ไม่สามารถแก้ได้ เนื่องจากว่าระบบแบบนี้มันทำให้เราได้รัฐบาลที่ไม่สนใจประชาชน ไม่ต้องตอบสนองประชาชน เพราะว่าเขาจะเป็นรัฐบาลกันเขามี ส.ว. 250 คน คอยเป็นตัวสนับสนุน เขาไม่ต้องง้อพรรคการเมืองอะไรมาก ไม่ต้องง้อ ส.ส.เลย ไม่ต้องฟังประชาชน และจำกัดเสรีภาพประชาชนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราก็ได้รัฐบาลที่พอเลือกตั้งมาเป็นรัฐบาลก็ไม่สนใจจะแก้ปัญหาประชาชนจริงจังอะไร

Advertisement

แต่ที่สำคัญรัฐบาลแบบนี้ที่เป็นเผด็จการ ไม่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ปัญหามันก็กระทบมาเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยว แต่ที่สำคัญคือทำให้ไม่มีคนเก่งคนมีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมรัฐบาล มีคนมาทำงานก็ทยอยถอยออกไปบ้าง ชวนเข้ามาได้ 2 วัน 7 วันก็ออกไป ไม่มีคนเก่งๆ มีความรู้ความสามารถมาร่วมทำงานกับรัฐบาลเลย ทีนี่เวลาแก้ปัญหาทำอย่างไร? นายกรัฐมนตรีที่ไม่มีความรู้ทางเศรษฐกิจอะไรเลยก็เลยต้องเป็นหัวหน้าทางเศรษฐกิจเอง และเวลาแก้ปัญหาเจอกับโควิด-19 แทนที่จะระดมเอานักธุรกิจมาช่วยเสนอความเห็นของประชาชน ภาคส่วนต่างๆ มาเสนอความเห็นให้ร่วมกันคิดหลายๆ แบบ เอาหมอที่มีความรู้มาร่วมกันหลายๆ ฝ่าย มันกลายเป็นเอาฝ่ายความมั่นคงมาดูแลเรื่องทั้งหมด ก็เลยไม่เข้าใจทั้งเรื่องการแพทย์หรือเรื่องวัคซีนเลย กลายเป็นมีแต่เรื่องผลประโยชน์ของตนเอง ที่สำคัญไม่โยงกับเศรษฐกิจ

ทิ้งท้ายบนเวทีพิธีกรยังถามถึงการแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี จากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งผมได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านวิธีดังกล่าวไปว่า

“ไม่ว่าจะเป็นนายกฯคนปัจจุบันหรือจะเป็นลูกพี่กันมาก่อนมาเป็นแทน ก็เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ไหวทั้งคู่ ยิ่งเป็นบ้านเมืองยิ่งพัง แล้วทำไมเราถึงยังพูดว่าสองคนนี้คนใดคนหนึ่งอาจจะเป็นนายกฯ ก็เพราะว่าสองคนนี้เขาร่วมกันตั้ง ส.ว. 250 คนมา แต่ลองไม่มี ส.ว. 250 คนสิ เพราะฉะนั้นเราถึงได้พูดว่าลองให้ฝ่ายค้านชนะเยอะๆ ได้เสียงเกิน ส.ว.เยอะๆ สิ 2 คนนี้ไม่มีทางได้เป็นนายกฯ แล้วก็จะได้หยุดการสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยสักที”

ในเวทีนี้ยังมีการรับฟังความเห็นพี่น้องประชาชนชาวชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงที่มาร่วมงานผมเป็นตัวแทนของพรรคฝ่ายค้านตอบคำถามของประชาชน โดยสรุปว่า “ปัญหาส่วนใหญ่ที่พี่น้องถามกันมาเกือบทุกข้อเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับการที่รัฐบาลบริหารไม่เป็นและความไม่เป็นประชาธิปไตยของระบบหากจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก็ต้องเปลี่ยนรัฐบาลครับ”