“บิ๊กตู่”สั่งดูแลพระบรมฉายาลักษณ์ ไม่ให้ปลดลง แก้ไขเฉพาะข้อความ นาจิบ-ฮุนเซนสักการะ รองปธน.จีนร่วมอาลัย บันคีมุนลงนามที่สหรัฐ รัฐบาลปฏิเสธข่าวสั่งปลดพระบรมฉายาลักษณ์ นายกฯกำชับส่วนราชการให้ดูแล
@ พระเทพฯทรงบำเพ็ญกุศล
เมื่อเวลา 07.11 น. วันที่ 22 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ในการพระราชพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน เจนเซน ธิดาในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และนายเดวิด วีลเลอร์ สามี เข้าร่วมพิธีด้วย
ต่อมาเวลา 12.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมายังบริเวณเต็นท์รถของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงทอดไก่ประทานแก่ประชาชนที่มาร่วมถวายสักการะพระบรมศพด้วยพระองค์เอง ทั้งนี้ทรงนำไก่มา 1,000 กิโลกรัม และข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม ในระหว่างทรงทอดไก่มีรับสั่งกับประชาชนว่า “ใจเย็นนิดนึงค่ะ เดี๋ยวไก่ไม่สุก อีกนิดเดียวรอให้เหลืองก่อน” ขณะเดียวกันรับสั่งกับ
ข้าราชบริพารในพระองค์ให้ดูประชาชนที่มาเข้าคิวรอรับไก่ทอดว่าให้จัดน้ำดื่มแก่ประชาชนให้ทั่วถึง
@ “ทูลกระหม่อมฯ”เสด็จเยี่ยมปชช.
เวลา 14.21 น. ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อเยี่ยมประชาชนโดยรอบพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเสด็จมายังสวนหย่อมด้านหน้าประตูเทวา-พิทักษ์ พระราชทานข้าวกล่อง มีข้าวเหนียว ไก่ทอด ลองกอง และน้ำดื่มให้กับประชาชน ก่อนเสด็จกลับได้ทรงทักทายและโบกพระหัตถ์ให้ประชาชนอย่างไม่ถือพระองค์ด้วย
@ พระบรมฯเสด็จฯบำเพ็ญกุศล
เวลา 19.41 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ
วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหาร และวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
@ ผู้นำต่างชาติถวายราชสักการะ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้นำประเทศต่างๆ ทยอยเดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และภริยา เดินทางมาเมื่อเวลา 10.02 น. จากนั้นเวลา 13.16 น. สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางมา และนายหลี่ยวนเฉา รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางมาเมื่อเวลา 14.14 น.
@ ประชาชนต่อแถวเข้าลงนาม
ขณะที่ประชาชนจากทั่วประเทศต่างใช้โอกาสวันหยุดราชการเดินทางมาสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เช้า เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวเรียง 4 คน เข้าภายในพระบรมมหาราชวังอย่างเป็นระเบียบ พร้อมจัดรถกอล์ฟบริการผู้สูงอายุและผู้พิการ ทั้งยังมีนักเรียนจิตอาสาคอยเข็นรถวีลแชร์บริการตลอดเส้นทาง
ทั้งนี้ ประชาชนได้ต่อแถวเพื่อเข้าลงนามถวายความอาลัยยาวกว่า 1 กิโลเมตร วนเป็น 2 แถวรอบสนามหลวง และในช่วงเช้ามีฝนตกลงมา แต่ประชาชนยังคงปักหลักอยู่ที่เดิม และแม้ว่าเจ้าหน้าที่ได้กางเต็นท์แต่ไม่สามารถกันฝนได้โดยรอบ จึงมีประชาชนบางคนที่อยู่นอกเต็นท์ นำร่มมากางและสวมเสื้อกันฝน
@ โยกสามล้อร่วมถวายอาลัย
เวลา 10.48 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม นายปาน หมื่นโยชน์ อายุ 84 ปี อาชีพชาวนาและค้าขาย ที่โยกสามล้อโยกพระราชทานมาจาก อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ กว่า 400 กิโลเมตร มาแสดงความอาลัยพระบรมศพครั้งสุดท้าย กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกๆ ตั้งแต่เที่ยงของวันที่ 15 ตุลาคม จนมาถึงที่นี่มีความลำบากแต่ก็อดทนไม่ท้อถอย เพื่อมา
กราบพระองค์ครั้งสุดท้าย เมื่อมาถึงจึงรู้สึกภูมิใจที่มาถึงได้ด้วยแรงตนเอง ตอนที่ได้ก้มกราบก็ขอให้บุญบารมีของพระองค์ดลบันดาลให้ตนเกิดมามีร่างกายแข็งแรง เป็นปกติ และหากมีโอกาสก็ขอให้ได้เกิดบนแผ่นดินของพระองค์อีกครั้ง โดยตลอดทางมีประชาชนต่างนำเงินมามอบให้เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศล 70,700 บาท
“ชีวิตของผมนี้มีอยู่มีกินก็เพราะพระองค์ อย่างรถโยกคันนี้ก็ได้ อบต.ขอพระราชทานให้ทำมาหากินมาได้ ฟันของผมที่ได้กินข้าว เคี้ยวอาหารได้ ก็เพราะพระองค์พระราชทานให้ ทั้งพระองค์ยังพระราชทานความช่วยเหลือให้กับผู้พิการอย่างผมอีก ทำให้ผมต้องออกมาแสดงความอาลัยด้วยตัวเอง” นายปานกล่าว
@ รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ
ด้านนายจรูญ คงคาดิษฐ์ วัย 79 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เดินเท้ามาจาก อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา มาถึงกรุงเทพฯ พร้อมกอดกรอบรูปที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสะพายถุงยังชีพพระราชทานมาตลอดเส้นทางเป็นเวลา 3 วัน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตั้งจิตอธิษฐานถึงพระองค์หากลูกหายเจ็บหายไข้มีแรงทำเงินหารายได้เช่นเดิมจะเดินเท้ามาถวายพระพรพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราช แต่คงเป็นได้แค่ความคิดเพราะพระองค์สวรรคตแล้ว จึงเปลี่ยนเส้นทางมาแสดงความอาลัยในพระบรมมหาราชวังแทน
“ปี 2522 ผมสมัครเป็นสมาชิกลูกเสือชาวบ้านเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงผูกผ้าพันคอลูกเสือชาวบ้านจากพระหัตถ์ ผมจำได้ว่าตัวสั่นงันงกไปหมด พูดถึงเมื่อใดก็ยังรู้สึกขนลุกอยู่” นายจรูญกล่าว
ด้านนายประจวบ ร่มโพธิ์ชี อาชีพทำไร่ทำนา อายุ 56 ปี ชาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า เดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ด้วยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่มีกว่า 4,000 โครงการ
@ ชาวนครปฐมขอเฝ้าฯสักครั้ง
นายประเสริฐ ศรีบุญญาธิการ อายุ 82 ปีเดินทางมาจาก จ.นครปฐม กล่าวว่า ออกจากบ้านมาตั้งแต่ 08.00 น. ต้องรอคิวหลายชั่วโมงกว่าจะได้เข้ามาภายใน แต่รู้สึกโชคดีที่ได้เข้ามาร่วมลงนามแสดงความอาลัยทัน ทั้งชีวิตนี้มีความฝันอยากจะมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์สักครั้ง แต่ 80 กว่าปีไม่เคยได้มีโอกาสเลย กว่าจะได้เข้ามาใกล้ที่สุดในชีวิตก็วันนี้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ตุลาคม) มีประชาชนมาร่วมลงนามแสดงความอาลัยทั้งสิ้น 34,005 คน และมีประชาชนร่วมบริจาคเงินสำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล จำนวนยอดเงิน 1,033,890 บาท รวมทุกวัน 4,175,084.25 บาท
@ ห้ามปลดพระบรมฉายาลักษณ์
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำชับให้ส่วนราชการทุกแห่งดูแลรักษาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ประดิษฐานตามสถานที่ต่างๆ เหมือนเช่นเดิม โดยไม่ให้นำออกจากสถานที่เดิมโดยเด็ดขาดจนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาล ส่วนการใช้ถ้อยคำใต้พระบรมฉายาลักษณ์ที่เคยใช้มาแต่เดิม เช่น คำว่าทรงพระเจริญ หรือ ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา ให้เปลี่ยนข้อความหรือถ้อยคำนั้นให้เหมาะสม
“หากจะมีการเปลี่ยนพระบรมฉายาลักษณ์หรือติดผ้าดำขาวแสดงความไว้อาลัย การนำพระบรมฉายาลักษณ์เดิมออกและติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์ใหม่ต้องกระทำโดยต่อเนื่องกันทันที โดยขอให้ทุกส่วนราชการถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด” พล.ท.สรรเสริญกล่าว และว่า รัฐบาลยืนยันอีกครั้งว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการสั่งปลดหรือห้ามประดับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชตามที่มีข่าวลือแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย
@ “บัน คีมุน”ลงนามแสดงอาลัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ตามเวลาในสหรัฐ นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้เดินทางมาร่วมลงนามแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ทั้งนี้ นายจอห์นระบุว่า ได้มาร่วมถวายอาลัยในนามของประธานาธิบดีบารัค โอบามา และประชาชนอเมริกัน โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสถานเอกอัครราชทูตและเจ้าหน้าที่ระดับสูง และขอส่งกำลังใจไปยังประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาที่โศกเศร้านี้
ขณะที่นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ คณะทูตถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก โดยมีนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำสหประชาชาติรอรับ
@ ชาวไทยในรัสเซียร่วมจุดเทียน
ส่วนที่พม่า พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ไหล่ ผู้บัญชาการสูงสุดของพม่า ได้เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงย่างกุ้ง โดยมีนายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตและข้าราชการสถานทูตให้การต้อนรับ
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า ชาวไทยและชาวต่างประเทศในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย หลายร้อยคน ได้มาชุมนุมที่บริเวณสวนสาธารณะมูเซออน ริมฝั่งแม่น้ำมอสโก กลางกรุงมอสโก เพื่อร่วมจุดเทียนถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เช่นเดียวกับที่ประเทศสวีเดน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงสตอกโฮล์ม ได้จัดพิธีจุดเทียนเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานเอกอัครราชทูต โดยมีชาวไทยและครอบครัว รวมทั้งชาวสวีเดนมาร่วมพิธีกว่า 1,200 คน
@ ประมุข-ผู้นำต่างชาติมาไทย
ด้านพระประมุขและผู้นำประเทศที่จะเสด็จฯและเดินทางมาร่วมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ประกอบด้วย วันที่ 24 ตุลาคม นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว และนายโทนี ตัน เก็ง ยัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์, วันที่ 25 ตุลาคม นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย, วันที่ 27 ตุลาคม สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไน, วันที่ 28 ตุลาคม นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม, วันที่ 29 ตุลาคม สมเด็จพระราชาธิบดีตวนกู อับดุล ฮาลิม แห่งมาเลเซีย, วันที่ 30 ตุลาคม นายไมตรีปาละ สิริเสนา ประธานาธิบดีศรีลังกา และวันที่ 8 พฤศจิกายน นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

