ประเด็นเรื่องนายกรัฐมนตรีสำรอง นายกรัฐมนตรีนอกบัญชี ถูกเปิดประเด็นทางการเมืองขึ้นมา จนหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจง แบบรู้เรื่องบ้าง ไม่ตรงประเด็นบ้าง ก็อยู่ที่ว่าใครจะเป็นผู้ตอบคำถาม และอยู่ในสถานะไหน มีส่วนได้ ส่วนเสีย กับเรื่องดังกล่าวแค่ไหน
ประเด็นเรื่องชื่อนายกฯ ที่เปิดประเด็นขึ้นมานั้น สืบเนื่องมาจากการวิเคราะห์เชื่อมโยงถึงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมเป็นต้นไป
โดยเฉพาะเก้าอี้ นายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องเผชิญกับระเบิดเวลา 3 ลูกใหญ่ ที่จ่อคิวกันเข้ามาในช่วงเปิดสมัยการประชุม
ลูกแรก คือ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ที่หลายฝ่ายมองตรงกันว่า คงจะไม่เอาเรื่องของการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องมากนัก
เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการใช้จ่ายของภาคส่วนต่างๆ ใครที่จ้องล้มร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ อาจถูกประชาชนสั่งสอนผ่านการเลือกตั้งได้
ขณะที่ลูกที่สอง คือ การพิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ และรัฐมนตรี เป็นครั้งสุดท้ายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนที่รัฐบาลจะครบวาระในเดือนมีนาคม 2566
ขุนพลพรรคร่วมฝ่ายค้าน คงต้องเน้นเป็นพิเศษ ทั้งข้อมูลและหลักฐาน ชนิดที่เปิดออกมาแล้วถ้าไม่ถึงขั้นเช็กบิลนายกฯได้ ก็ต้องเกิดอาการบาดเจ็บสาหัส
ส่วนลูกที่สาม คือ การตีความการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ฝ่ายค้านจะต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาดในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ว่า การนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี จะเริ่มนับจากตรงไหน
ระหว่าง เริ่มนับจากรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 หรือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หากตีความนับจากรัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะครบวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี ในปี 2568
หากในทางกลับกัน ถ้าเริ่มนับการดำรงตำแหน่ง นายกฯ ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ก็จะครบ 8 ปี ในเดือนสิงหาคมนี้ ต้องจอดป้ายนายกฯ เพียงแค่นี้
ยิ่งสภาพทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ที่อยู่ในสภาพตั้งรับในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพราคาแพง
และยังแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ได้ ก็อาจจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกที่ 4 ล้มรัฐบาลได้เหมือนกัน การเปิดชื่อนายกฯสำรองขึ้นมา จึงเป็นเรื่องไม่เกินความคาดหมาย
แม้ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญ จะเป็นไปตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย จะบุว่า นายกฯ สำรองตามรัฐธรรมนูญ ก็คือ นายกฯในบัญชีพรรคการเมือง
ทั้ง 5 รายชื่อ ที่เหลืออยู่ คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายชัยเกษม นิติสิริ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
หาก พล.อ.ประยุทธ์ มีอันต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ตามรัฐธรรมนูญจะต้องเลือกนายกฯ จากในบัญชีพรรคการเมืองที่เสนอมาก่อน
ถ้าที่ประชุมรัฐสภาเลือกกันไม่ได้ ถึงไปถึงขั้นตอนการยกเว้น ด้วยการเสนอชื่อนายกฯจากนอกบัญชี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง ที่มีความซับซ้อน และเป็นไปได้ยาก
เพราะต้องผ่านถึง 3 ด่านหิน โดยเฉพาะขั้นตอนที่ต้องได้เสียงของ ส.ส.และ ส.ว. 2 ใน 3 ของรัฐสภา หรือ 500 คน ขออนุมัติให้มีการเสนอชื่อนายกฯ นอกบัญชี
หากมีพรรคการเมืองใดไม่เห็นด้วยในขั้นตอนนี้ โอกาสที่จะได้เห็นนายกฯ นอกบัญชี คงจะไม่เกิดขึ้น แม้ ส.ว.ทั้ง 250 คน จะเห็นด้วยก็ตาม
แต่ในทางการเมือง เรื่องที่ว่ายาก หรือคิดว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ก็ไม่แน่เสมอไป อาจจะพลิกผันเพียงแค่ชั่วข้ามวันได้เหมือนกัน
จตุรงค์ ปทุมานนท์

