การแสดงบทบาทของ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ก่อนการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญในวันที่ 22 พฤษภาคม มีความแหลมคมและละ เอียดอ่อนยิ่งในทางการเมือง
กระทบไม่เพียงแต่ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หากแม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยากยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงได้พ้น
เพราะไม่เพียงแต่ออกมาตั้งข้อสังเกตในโครงการใหญ่ของรัฐอันเกี่ยวกับระเบียบเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) หากยังมีข้อสงสัยในเจตนาที่เอนเอียงไปในทางไม่โปร่งใส มากด้วยเงื่อนงำ
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากยังประกาศและสำแดงตัวอย่างเปิด เผยว่าจะร่วมมือและขับเคลื่อนการเปิดโปงต่อโครงการนี้ร่วมกับฝ่าย ค้านอย่างแข็งขัน
ทั้งมิได้แข็งขันจำเพาะแต่กับพรรคเพื่อไทยเท่านั้นหากแต่ยืนยัน อย่างเด่นชัดว่าคนของพรรคเพื่อไทยได้ต่อสายกระทั่งได้พูดทางโทรศัพทกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วย
แม้จะเป็นเพียงการทักทาย แต่ก็ทักทายในฐานะที่ยืนยันความ สัมพันธ์อันแนบแน่นและมั่นคง
จากการเปิดเผยของ นายพิเชษฐ สถิรชวาล เอง การทักทายครั้งนี้อยู่ บนพื้นฐานที่ทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้มีบุญคุณในทางการเมืองต่อ นายพิเชษฐ สถิรชวาล
นั่นก็คือ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรถึง 2 ครั้ง นั่นก็คือ แต่งตั้งให้เป็นผู้แทนการค้าต่างประเทศ
บนพื้นฐานแห่งบุญคุณที่หนักแน่นและจริงจังเช่นนี้แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะเตือนให้เพลาเบามือในการเคลื่อนไหวร่วมกับฝ่ายค้าน
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ยังยืนหยัดและยืนยันที่จะเดินหน้าในทางการเมืองต่อไป
บนหลักการในการรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ประชาชน
ลำพังการแยกตัวออกไปของพรรคเศรษฐกิจไทยก็มีจำนวน ส.ส. 18 เสียงอยู่ในมืออันเป็นเอกภาพอยู่แล้ว นี่ยังมี ”กลุ่ม 16” ที่กำลังทวีจำ นวนเพิ่มมากยิ่งขึ้นกระทั่งกลายเป็น ”กลุ่ม 19”
ทั้งหมดล้วนมีรากฐานสัมพันธ์อยู่กับพรรคพลังประชารัฐทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็น นายพิเชษฐ สถิรชวาล ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มีความใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
แต่ทุกก้าวเคลื่อนไหวสะเทือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

