“หมอระวี” น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เดินหน้าสู้ ชั้น กมธ.-รัฐสภา แต่ไม่ยื่นศาลฯ แล้ว
เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องของตนที่ร้องว่าถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และให้ศาลวินิจฉัยว่าการแก้ไขขัดและแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า สำหรับตนถือว่าสงครามนี้จบแล้ว ตนและทีมกฎหมายก็ได้ใช้ความพยายามสุดความสามารถแล้ว แต่เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยอย่างไรก็เคารพต่อศาล และจะไม่มีการดำเนินการใดต่ออีก ซึ่งก็ขอบคุณกำลังใจจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ และขอแสดงความเสียใจกับประชาชนที่ยังต้องการให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียว ขณะเดียวกันก็ขอแสดงความยินดีกับพรรคการเมืองและบุคคลที่ต้องการให้เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับกลุ่มพรรคเล็กเองเมื่อรัฐธรรมนูญเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแล้ว ตอนนี้ก็ต้องสู้ในกรอบรัฐธรรมนูญที่เป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
นพ.ระวี กล่าวต่อว่า วันนี้กมธ.จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะมีการเสนอเหตุผลเกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่าจะหารด้วย 100 หรือ 500 ตนในฐานะตัวแทนกลุ่มพรรคเล็กก็จะพยายามสุดความสามารถ โดยใน กมธ.ก็คงจะสู้กันด้วยเหตุและผล ส่วนท้ายที่สุดผลจะออกมาอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุม แต่ไม่ว่าผลจะออกมาหารด้วย 100 หรือ 500 ฝ่ายที่แพ้ก็คงจะสงวนคำแปรญัตติ และคงจะไม่มีการไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน
นพ.ระวี กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเมื่อสภาฯ กำหนดวันประชุมในวาระ 2 และ 3 ที่คาดว่าจะเป็นต้นเดือนมิถุนายน เมื่อพิจารณาวาระ 2 ฝ่ายที่แพ้ซึ่งสงวนคำแปรญัตติก็จะไปสู้กันในสภาใหญ่อีกครั้ง และเมื่อพิจารณาจบวาระ 3 แล้ว ไม่ว่าจะเลือกหารด้วย 100 หรือ 500 แต่ตามขั้นตอนกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับรัฐสภาจะต้องส่งไปยังองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง คือ ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาว่ามีประเด็นใดบ้างที่มีปัญหาทางกฎหมาย ซึ่งหากองค์กรทั้ง 2 ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าจบ ดังนั้น ในขั้นตอนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ตนเข้าใจว่าฝ่ายที่แพ้คงจะได้มีการนำเสนอข้อมูลส่งไปประกอบการพิจารณา และคาดว่าจะไม่มีการยื่นให้ศาลตีความเอง
นพ.ระวี ยังกล่าวถึงทิศทางการเมืองของกลุ่มพรรคเล็ก ว่า ทางกลุ่มพรรคเล็กทั้งในและนอกสภาคงรอความชัดเจนในการพิจารณาวาระ 3 ว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร จะใช้วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อโดยหารด้วย 100 หรือ 500 ซึ่งหากผลออกมาว่าหารด้วย 500 ก็เชื่อว่ากลุ่มพรรคเล็กจะเดินหน้าลงสนามเลือกตั้งต่อไป แต่หากออกมาให้หารด้วย 100 เชื่อว่าบางพรรคก็คงจะยุบไป และบางพรรคก็คงควบรวม เพราะไม่สามารถสู้ไหว เนื่องจาก 1 ส.ส.บัญชีรายชื่อจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ 370,000 คะแนน ในขณะที่ ส.ส.เขตได้คะแนนเพียง 20,000 กว่าคะแนนก็ชนะแล้ว ส่วนพรรค พธม.ยืนยันว่าจะเดินหน้าสู้ต่อ

